ทางข้อสอบเทวดาพนักงานการเงินตราพร้อมกับบัญชีกรมที่ดิน การบันทึกบัญชีสำหรับกิจการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้า การงานจ่ายสินค้า {คือ|หมายถึง|เป็น|หมายความว่า|ตกว่า|คือว่า|รวมความว่า

ทิวแถวข้อสอบเอ็งพนักงานการเงินทองและทะเบียนกรมที่ดิน
การบันทึกบัญชีสำหรับกิจการซื้อขายสินค้า
กิจการค้าขายสินค้า คือว่า กิจการที่ซื้อสินค้ามาด้วยว่าแลกเปลี่ยนประสาน ทำได้ขายส่งเหรอ
ขายหลีกก็ได้ รายได้ภาคใหญ่มาจากการขายสินค้า ส่วนค่าใช้จ่ายมาจากต้นทุนของผลิตภัณฑ์
หรือต้นทุนขาย และค่าใช้จ่ายดำเนินงาน
การปูมโหรบัญชีจับจ่ายใช้สอยขายสินค้า
เดิมที่จะบันทึกโพยการซื้อ-ขายสินค้า เหมาะสมทำความเข้าใจเกี่ยวกับกับตาราง
ค่าใช้จ่ายบางประเภทต่อไปนี้ ซึ่งมีผลกระทบต่อการลงบัญชีดังนี้
ค่าใช้จ่าย (Expense)
คุณประโยชน์ใช้จับจ่าย คือ ต้นทุนสิ่งของสินค้าที่กิจการเบิกไปเพื่อก่อให้ก่อเกิดรายได้ งาน
ซื้อ-ขายสินค้าแบ่งค่าใช้จ่าย แนวข้อสอบเจ้าพนักงานการเงินและบัญชีกรมที่ดิน3ได้ 4 ส่วน คือ
1. ต้นทุนขาย (Cost of Sales) ประกอบด้วย ซื้อสินค้า , ค่าขนส่งที่ชำระ
เคลื่อนที่เท่าที่ซื้อสินค้า , ค่าภาษี , ค่าประกันภัย ฯลฯ
2. ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่าย (Selling Expense) ประกอบเช่นกัน เงินโสม
พนักงาน , ค่าโฆษณา , ค่านายหน้า ฯลฯ
3. ค่าใช้จ่ายในการบริหาร (Aduinistration Expense) ประกอบเพราะ ค่า
สาธารณูปโภค , เงินเดือนฝ่ายปฏิบัติงาน , ค่าใช้จ่ายสำนักงาน , ค่าเช่า
อาคารสำนักงาน ฯลฯ
,, 
,, 
4. ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ (Other Expense) เช่น ขาดทุนจากการขายสินทรัพย์ฯลฯ
ค่าขนส่งสินค้า (Freight)
ในการซื้อ-ขายสินค้า ข้อกำหนดที่สำคัญที่ผู้ซื้อและผู้ขายควรตกลงกัน คือ
เงื่อนไขในการส่งนำไปให้สินค้า ซึ่งเล็งถึง ค่าขนส่งที่ภารกิจได้จ่ายไป ได้แก่ ค่าระวางเรือ
ค่าระวางทางภูมิอากาศ ค่าระวางรถไฟ ค่าเคลื่อนย้ายส่งรถบรรทุก เป็นพฤกษา
ดังนั้น ในทางบัญชี จึงได้แยกค่าขนส่งสินค้าออกเป็น 2 บัญชี รวมความว่า
1. รายการคุณประโยชน์ขนส่งเข้า
2. บัญชีค่าขนส่งออกลูก
ค่าขนส่งเข้า คือ ค่าขนส่งสินค้าซึ่งผู้ซื้อเป็นผู้รับภาระออกค่าขนส่งเอง ประโยชน์
ขนส่งเข้ามานี้จึงรวมเป็นต้นทุนสินค้าด้วย
ค่าขนส่งออกลูก คือว่า ค่าขนส่งสินค้าซึ่งผู้ขายเป็นผู้รับธุระออกค่าขนส่งเอง ค่า
ขนส่งออกนี้ถือเป็นค่าใช้จ่ายในการขาย
ถ้าเป็นการค้าระหว่างประเทศ ราคาซื้อ-ขายสินค้า ซึ่งผู้ซื้อเป็นผู้ออกลูกค่า
ขนส่งเอง เรียกว่า F.O.B. Shipping Point ซึ่งเท่ากับ ค่าขนส่งเข้า
แต่ถ้าราคาซื้อ-ขาย ซึ่งผู้ขายเป็นผู้ออกค่าขนส่ง เรียกว่า F.O.B.Destination
ซึ่งสมดุลกับ ค่าขนส่งออกลูก
ส่งคืนสินค้า (Purchases Returns)
สมมติว่าสินค้าที่ซื้อมาผิดชั้น หรือชำรุดพังพินาศ กิจการย่อมมีสิทธิส่งคืน
สินค้าให้ผู้ซื้อขาย หรือขอให้ผู้ขายลดค่าให้ โดยผู้ซื้อควรบอกกล่าวให้ผู้ขายทราบเป็นลายลักษณ์
อักษร โดยการจัดทำเอกสารในการขอลดหนี้ คือ ผู้ซื้อขอตัดทอนหนี้ผู้ขาย อื้นว่า Debit Note
ใบขอลดหนี้
Debit Note ทั้งเป็นเอกสารที่ทำให้ผู้ขายได้ประจักษ์แจ้งว่า ผู้ซื้อเดบิตบัญชีผู้ขายพร้อมด้วย
เหตุอะไร
โด่กันผ่าน ถ้าผู้ขายได้รับแจ้งการส่งสินค้าคืน หรือการขดลดราคาต่อจากนั้น
ด้วยกันผู้ขายยินยอมลดราคากำนัล ผู้จัดจำหน่ายจะออกพยานเรียกว่า Credit Note
ส่วนลดเงินสด (Cash Discounts)
ในการซื้อ-ขายสินค้า ผู้ซื้อจะควรตกลงกับผู้จัดจำหน่ายในการล้างค่าสินค้า ปกติ
ผู้ขายโดยมากให้เครดิตกับผู้ซื้อ 30 วัน ซึ่งผู้จำหน่ายอาจจูงใจให้ลูกค้าชำระหนี้ค่าสินค้าที่แล้ว
สรุปเวลา โดยการยินยอมพร้อมใจให้ส่วนลดแก่ผู้ซื้อ เช่น เงื่อนไขการชำระหนี้ค่าสินค้า 30 วัน
ถ้าชำระภายใน 10 วัน จะได้รับส่วนลด 2% เขียนย่อว่า 2/10,n/30
ส่วนลด 2% ในความนี้ เรียกว่า ประเด็นลดเงินสด
ด้านผู้ซื้อ แบบลดเงินสด ถือเป็นรายการหักจากยอดจับจ่าย เรียกว่า ประเด็นลดสารภาพ
(Purchases Discounts)
ไม่อายผู้ขาย ส่วนลดเงินสด ถือเป็นสารบาญหักจากยอดจัดจำหน่าย เอื้อนว่า ส่วนดึงลง
จ่าย (Sales Discounts) แนวข้อสอบเจ้าพนักงานการเงินและบ/ชกรมปฐพี

ข้อสอบธุรการกรมไร่ เรื่องฟังออกเกี่ยวกับ กรม{ที่ดิน|เกษตร|ทุ่ง|นา|ไร่|ที่ทาง|ที่|แผ่นดิน|พื้นดิน|พื้นที่|เนื้อที่|ปฐพี|พสุธา|ธรณี|ปถพี|ดิน|ปฐวี|ธาตรี|เมทนีดล|พื้


ข้อสอบธุรการกรมพสุธา
คดีฟังออกเกี่ยวกับ กรมที่ดิน
การขอพระราชทานจัดสรรที่ดินจำต้องเคลื่อนการตามพระราชบัญญัติจัด สรรที่ดิน พ.ศ.
2543 โดยผู้ขออนุญาตทำการจัดสรรที่ดิน ยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเหรอเจ้า
พนักงานที่ดินจังหวัดสาขาแห่ง ท้องที่ซึ่งที่ดินนั้นตั้งอยู่ ครบถ้วนหลักฐาน พร้อมกับรายรัดกุม
เด่นต่อไปนี้
1. โฉนดที่ดินเหรอคู่มือยืนยันการทำกำไรที่มีชื่อผู้ขอใบยินยอมทำการก่ำ สรร
ที่ดินคือผู้มีอำนาจในที่ดิน โดยที่ดินนั้นต้องปลอดจากบุริมสิทธิใด ๆ เว้นแต่ทว่าบุริมสิทธิในเค้ามูลซื้อ
ขายอสังหาริมทรัพย์
,, 
,, 
2. ในเหตุที่ดินที่ขอทำการจัดสรรที่ดินมีบุริมสิทธิณมูลจ่ายจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ไม่ก็
ภาระการจำนองให้แสดงบันทึกความยินยอม ให้ทำการจัดสรรที่ดินของผู้ทรงบุริมสิทธิ หรือ
ผู้รับจำนอง และจำนวนเงินที่ผู้ทรงบุริมสิทธิ หรือผู้รับจำนองจะได้รับชำระหนี้จากที่ดินแปลง
ย่อยแต่ละแปลง และต้องระบุด้วยว่าที่ดินที่เป็นสาธารณูปโภคหรือที่ดินที่ใช้เพราะบริการ
สาธารณะไม่ต้องรับภาระหนี้บุริมสิทธิหรือจำนองดังกล่าว
3. แผนผังแสดงผลรวมปถพีแปลงย่อยที่จะขอจัดสรร และเนื้อที่โดยประมาณของที่ดิน
แต่ละแปลง
4. โครงการซ่อมแซมที่ดินที่ขอจัดสรร ข้อสอบกรมที่ดิน การตระเตรียมให้มีสาธารณูปโภคและบริการทั่วไป
รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงอื่นตามควรแก่ สถานภาพของท้องถิ่น โดยแสดงแผนผัง รายละเอียด และ
รายการก่อสร้างประมาณการค่าก่อสร้างและกะเกณฑ์เวลาที่จะนำให้แล้วเสร็จใน กรณีที่ได้มี
การปรับปรุงที่ดินที่ขอจัดสรรหรือได้จัดทำสาธารณูปโภค หรือไม่บริการสาธารณะต่อจากนั้นเสร็จ
ทั้งหมด ไม่ก็บางส่วนเพรงขอทำการจัดสรรที่ดินให้แสดงแผนผังรายละเอียดและรายการก่อ
จัดทำที่ได้จัดทำต่อจากนั้น ยุตินั้นด้วย
5. แผนงาน โครงการ และระยะเวลาการบำรุงรักษาสาธารณูปโภค
6. วิธีการ จัดจำหน่ายที่ดินจัดสรร และการชำระราคาหรือค่าชดเชย
7. ภาระผูกผันต่าง ๆ ที่บุคคลอื่นมีส่วนได้เสียเกี่ยวกับที่ดินที่ขอจัดสรรนั้น
8. แบบสัญญาจะซื้อจะซื้อขายที่ดินจัดสรร
9. ที่ตั้งสำนักงานของผู้ขอใบอนุญาตทำการจัดสรรไร่
10. ชื่อธนาคาร หรือสถาบันการเงินที่คณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลางกำหนด ซึ่งจะ
มีชีวิตผู้ค้ำรับรองการจัดให้มีสาธารณูปโภค หรือไม่ก็บริการสาธารณะ ไม่ก็การปรับปรุงที่ดินเหนียว พร้อมกับ
ค้ำชูประกันการบำรุงรักษารักษาสาธารณูปโภคด้วยกันบริการสาธารณะ
11. การพิจารณาแผนผัง แผน และวิถีทางในการจัดสรรที่ดิน ประทานพวกกรรมการ
ปฏิบัติให้แล้วเสร็จภายในสี่สิบห้าวัน นับแต่วันที่เจ้าพนักงานไร่จังหวัดหรือเจ้าพนักงาน
ที่ดินจังหวัดสาขาได้ รับคำขอ ถ้าคณะกรรมการไม่อาจคิดให้แล้วเสร็จภายใน
กำหนดเวลาดังกล่าว โดยไม่มีเหตุผลอันสมควรให้ถือว่าคณะกรรมการได้ให้ความเห็นชอบ
แผนผัง โครงการ และกลอุบายจัดสรรที่ดินนั้นแล้ว
12. ในกรณีที่คณะกรรมการไม่พบชอบหรือมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ทำการจัดสรรที่
ผู้ขอมีสิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลาง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ทราบคำสั่ง
13. การออกลูกใบอวยให้ทำการปันส่วนที่ดิน ให้คณะกรรมการออกใบอนุญาตภายใน
กำหนด 7 วัน ประเมินผลแต่
13.1 วันที่คณะกรรมการให้ความเห็นชอบให้ทำการจัดสรรธาตรี
13.2 วันที่คณะกรรมการกลางให้ความเห็นต้องใจให้ทำการจัดสรร ในกรณีที่มีการ
อุทธรณ์
14. ในข้อความที่ที่ดินแบ่งสรรมีบุริมสิทธิในมูลซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ไม่ใช่หรือการจำนองติด
อยู่ เมื่อได้ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ดินที่แบ่งแยกเป็น แปลงย่อย
แล้ว ให้พนักงานเจ้ากิจจดเข้าใจบุริมสิทธิเหรอการจำนองนั้นในโฉนดที่ดินหรือ คู่มือ
รับรองการทำผลที่แบ่งแยกเป็นแปลงย่อยทุกฉบับ พร้อมทั้งระบุจำนวนเงินที่ผู้ทรง
บุริมสิทธิ หรือผู้รับจำนองจะได้รับชำระหนี้จากที่ดินแปลงย่อยแต่ถ้าว่าละแปลงในสารบัญสำหรับ
จดทะเบียนด้วย พร้อมด้วยให้ถือว่าที่ดินแปลงย่อยแต่ละแปลงเป็นประกันหนี้บุริมสิทธิ ไม่ใช่หรือหนี้
จำนองตามจำนวนรวมเงินที่ได้สรุปไว้
ให้ปฐวีอันเป็นสาธารณูปโภค และแผ่นดินที่ใช้ด้วยบริการสาธารณะปลอดจากบุริมสิทธิ
ในมูลซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ กับภารกิจการจำนอง
15. อัตราค่าประเพณี ติดตามกฎกระทรวงลิขิตค่าธรรมเนียมตามกฎหมายว่าด้วย
การก่ำสรรที่ดิน พ.ศ. 2544
15.1 ใบอนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดิน
(ก) จัดสรรเนื้อที่เป็นที่ประกอบเกษตรกรรม ไร่ละ 100 บาท
(ข) จัดสรรดินหมวดอื่น ไร่ละ 250 บาท เศษของไร่คิดหมายความว่าหนึ่งไร่
15.2 การโอนใบอนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดิน รายละ 3,000 บาท
ในการยื่นคำขอจดทะเบียนอาคารชุดตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ.2522 ดัดนิสัยเพิ่มเติมโดย
พระราชบัญญัติอาคารชุด (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2551 กฎกระทรวงลิขิตหลักเกณฑ์วิธีการและข้อแม้
การจดระเบียนตึกเหล่า การออกหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด พ.ศ.2523 กฎกระทรวงกำหนด
ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอาคารชุด พ.ศ.2554 ผู้ขอจะควรนำแนวประถมต่างๆมายื่นทาบ
พนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดินท้องที่ที่อาคารกองนั้นตั้งอยู่ ดังนี้
1.โฉนดเนื้อที่
2.ผังแสดงเขตที่ดินและที่ตั้งของอาคารชุดและสิ่งปลูกสร้างรังสรรค์ พร้อมกันแสดงเส้นถนนหนทางเข้าออกสู่
ทางสาธารณะตามสภาพเป็นจริง มาตรา 1: 500 หรือ 1: 1000 หรือความลงตัว
3. แผนผังแสดงรายเจ้าระเบียบของอาคารชุดแต่ทิ้งดีกรี โดยสรุปความโถง ความยาว คดีโด่ง
และแผ่นดิน และ/หรือแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น
4. แผนผังแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับทรัพย์ส่วนบุคคล และ/ไม่ก็แบบแผนที่ที่ได้รับปล่อยจาก
เจ้าเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น
5. แผนผังบ่งบอกรายละเอียดเกี่ยวกับทรัพย์สมบัติส่วนกลาง และ/หรือว่าโครงสร้างแปลนที่ได้รับปล่อยผละ
เทพารักษ์พนักงานท้องถิ่น ข้อสอบธุรการกรมดิน

เอกสารแนะนำเตรียมการแนวข้อสอบศาลบริหาร ท่าการคิดทบทวนชั้นการค้นหาข้อเท็จจริง

ตำราจัดเตรียมสอบศาลปกครอง
กระบวนการยั้งคิดชั้นการหาทางข้อมุสาจริง
เพราะว่าจริตพิจารณาระดับการแสวงหาข้อเท็จแน่แท้นี้ตุลาการเจ้าของ คำคมจะเป็น
ผู้มีบทบาทสำคัญในการรวบรวมข้อโป้ปดจริงและเสนอความมองเห็นต่อองค์ พรรค โดยอาจแบ่ง
วิธีการในการแสวงหาข้อเท็จจริงออกได้เป็น 2 แผนกหลัก ๆ คือ
1. การสืบเสาะข้อเท็จจริงจากเอกสารของคู่กรณี (คำฟ้อง คำให้การคำทัดทาน
วาจาให้การ และคำให้การเพิ่มเติม) เป็นภาระหน้าที่ของตุลาการเจ้าของคำพังเพยและเป็นวิธีการแม่แบบ
ในการแสวงหาข้อเท็จ จริงของศาล กล่าวสุนทรพจน์คือ เมื่อตุลาการเจ้าของสำนวนได้ตรวจคำฟ้องและ
เห็นว่าคำฟ้องที่ชะโงกเป็นคำฟ้อง ที่สมบูรณ์ครบถ้วน จะมีอาณัติรับคำฟ้องไว้ใคร่ครวญและออกคำสั่งส่งให้
ผู้โดนฟ้องคดีทำคำให้การ ผู้ถูกฟ้องคดีจะต้องยื่นคำ คู่มือเตรียมสอบศาลปกครองให้การพร้อมด้วยผู้รู้เห็นหลักฐานพร้อมกับจัดทำ
สำเนาคำให้การ พร้อมทั้งสำเนาพยานใบแสดงหลักฐานยื่นต่อศาลภายใน 30 วัน หรือภายในระยะห่างเวลาที่
ศาลลิขิต โดยผู้ถูกฟ้องเนื้อความจะคำฟ้องแย้งมาในคำให้การก็ได้ หากผู้ถูกฟ้องคดีไม่ชะโงกคำให้การ
พร้อมสักขีหลักฐานภายที่ช่องว่างเวลาที่กำหนด กฎหมายจะถือว่าผู้ถูกฟ้องคดียอมคล้อง
ข้อโป้ปดจริงตามข้อหาของผู้ฟ้องคดี ซึ่งศาลมีภามพิจารณาตัดสินลงโทษต่อไปได้ยอมที่เห็นสด
การยุติธรรม
,, 
,, 
พอผู้ถูกกล่าวหาคดียื่นคำ ให้การจากนั้นศาลจะส่งสำ เนาคำ จ่ายการพร้อมทั้งสำ เนา
พยานหลักพยานไปยังผู้ฟ้องคดี เพื่อให้ผู้ฟ้องคดีทำคำคัดค้านหรือยอมรับคำให้การ ภายใน 30
วัน หรือไม่ภายในระยะเวลาที่ศาลออกกฎ ในเรื่องที่ผู้ฟ้องคดีไม่ทำคำห้ามปรามวจีให้การพร้อมกับไม่
แจ่มต่อศาลเป็น หนังสือว่าประสงค์จะให้ศาลพิจารณาพิพากษาคดีต่อไปภายในกำหนด
ระยะหนดัง กล่าว ศาลอาจบังคับจำหน่ายคดีออกลูกจาก สารบบความได้ คำคัดค้านคำให้การสรรพสิ่ง
ผู้ฟ้องคดีจะทำได้เฉพาะในประเด็นที่กว้านขึ้นกล่าวแล้วใน คำฟ้อง หรือคำแบ่งออกการ หรือไม่ที่ศาล
ชี้เฉพาะ และเมื่อมีการนูนคำคัดค้านคำให้การต่อจากนั้นให้ศาลส่งสำเนาคำท้วงคำให้การให้ แก่
ผู้ถูกฟ้องคดีคดีด้วยทำคำให้การเพิ่มจำนวนเติมภายใน 15 วัน หรือว่าภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนด ครั้น
รอดพ้นจำกัดระยะเวลาล้งเล้งทำนูลแล้ว หรือครั้นเมื่อผู้ถูกฟ้องคดียื่นคำให้การประเทืองแล้ว ตุลาการ
เจ้าสรรพสิ่งสำนวนมีอำนาจจัดทำจดหมายของตุลาการเจ้าของสำนวนเสนอองค์หน่วย เพื่อคิดทบทวน
ผสานไป
จากขั้นตอนดังกล่าวจะเห็นได้ว่า การแสวงหาข้อเท็จจริงจากคู่กรณี ตั้งอยู่บนพื้นฐาน
ของหลักการเหตุการฟังความสองฝ่ายและการแย้งชี้แจง ซึ่งสามารถ นฤมิตความเป็นธรรม
ให้แก่คู่กรณีได้เป็นอย่างดี โดยปกติแล้วจะมีขั้นตอน 4 ขั้นตอนตามที่กล่าวมาข้างต้น อย่างไรก็ตามถ้า
ศาลเห็นว่าไม่มีเรื่องขาดไม่ได้ต้องจากการให้ครบทุกขั้นตอนดังกล่าว (เช่น ปรากฏ
ข้อเท็จจริงอย่างชัดแจ้งหรือไม่อาจโต้แย้งหรือปฏิเสธได้) ก็อาจยกละลดไม่ดำเนินการจนถ้วน
ทุกขั้นบทก็ได้ ดังจะได้กล่าวต่อไปในเรื่องการย่อใจความสำนวน
2. การเสาะแสวงหาข้อเท็จจริงสรรพสิ่งศาล หลักสำคัญของวิธีพิจารณาคดี ถือบังเหียนซึ่ง
เป็นระบบสืบเสาะนั้น ตุลาการศาลปกครองมีฤทธิ์เดชที่จะแสวงหาข้อปดจริงได้ระบิล
กว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นพยานบุคคล พยานเอกสาร พยานผู้เชี่ยวชาญ หรือพยานหลักฐาน
อื่น หรือไปทำการตรวจสอบสถานที่ หรือส่งประเด็นไปให้ศาลอื่นแสวงหาข้อเท็จจริงแทน กับ
มีอำนาจขนานนามคู่เหตุ ที่ประกอบการทางปกครอง เจ้าภาระหน้าที่ของรัฐ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องให้ส่ง
เอกสาร หรือพยานพยานใด ๆ รวมทั้งสิ้นทั้งให้มาให้ถ้อยคำ ทั้งนี้ โดยไม่จำกัดเฉพาะแต่
พยานหลักฐานของคู่กรณีเพียงนั้น แต่ศาลจะต้องเปิดโอกาสให้คู่กรณีนั้นโต้เถียงคัดค้านใช่ไหม
ชี้แจงข้อเท็จจริง ดังกล่าวได้เสมอ โดยในการไต่สวนศาลจะทำหน้าที่เป็นนักประดิษฐ์การซักถามเอง
การแสวงหาข้อเท็จจริงของศาลตามขั้นตอนนี้โดยปกติเป็นเรื่องที่อยู่ในขั้นตอน ของตุลาการ
เจ้าของสำนวน อย่างไรก็ดี องค์ฝ่ายพิจารณาพิพากษาก็มีอำนาจที่จะใช้วิธีการคุ้ยหา
ข้อเท็จจริงดังกล่าว ได้ด้วย
3. กรณีที่คู่กรณีไม่ให้ความร่วมมือในการให้ข้อโป้ปดจริงต่อศาล ในกรณีที่คู่ความ
ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่แสดงพยานหลักฐานของข้างตนภายในระยะเวลา ที่ศาลกำหนด กฎหมาย
ให้เชื่อว่าคู่กรณีที่ไม่ได้บ่งบอกพยานหลักฐานนั้นไม่มีผู้เห็นเหตุการณ์หลักฐานสนับ สนุนหรือยกนิ้วให้
ข้อเท็จจริงไล่ตามพยานข้อรับรองของคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่ง โดยให้ศาลอภิบาลพิจารณาวินิจฉัย
ต่อไปตามที่มองดูเป็นการยุติธรรม และอาจจะต้องรับโทษทางอาญาในเนื้อความผิดฐานขัดหวัง
เหรอคำสั่งของศาลตามมาตรา 170 แห่งประมวลกฎหมายอาญาอีกทางหนึ่งอีกด้วย
นอกจากนี้ ในกรณีที่เป็นการกระทำของหน่วยงานทางปกครอง หรือนายกรัฐมนตรี
เพื่อดำเนินการแก้ไขปรับปรุงหรือสั่งการหรือลงโทษทางวินัย ต่อไป และศาลเองอาจสั่ง
ลงโทษฐานละเมิดอำนาจศาลได้อีกเหมือนกัน ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งให้ผู้ฟ้องคดีมาให้ถ้อยคำหรือ
เสนอสักขีข้อรับรองต่อศาล แล้วผู้ฟ้องคดีไม่มาหรือปฏิบัติการตามคำสั่งศาล โดยไม่มีเหตุผลอัน
สมควร ศาลอาจสั่งจำหน่ายคดีเสียก็ได้
การสรุปสำนวน
ข้างในกรณีที่ตุลาการเจ้าของลิ้นลมได้พิจารณาข้อเท็จจริงจากคำฟ้องร้อง คำให้การ ฯลฯ
และการชี้แจงของคู่กรณี รวมทั้งข้อเท็จจริงที่ได้มาออกจากการแสวงหาข้อเท็จแท้ของศาลเอง
แล้วไม่ว่าใน ขณะใด เห็นว่าคดีมีข้อเท็จจริงเพียงพอที่จะพิจารณาพิพากษาหรือมีคำสั่งชี้ขาด
คดี ได้จากนั้น หรือในกรณีที่ศาลมีคำสั่งรับคำฟ้องแล้ว ตุลาการเจ้าของสำนวนเห็นว่าจาก
ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในคำฟ้องสามารถลงความเห็น ชี้ขาดคดีได้เพราะว่าไม่จำเป็นต้องมีการกระตือรือร้น
ข้อเท็จจริงในคดีอีก (ไม่ว่าจะครบ 4 ขั้นตอนแล้วหรือไม่) ตุลาการเจ้าสิ่งสำนวนมีอำนาจ
จัดทำจดหมายสรุปข้อเท็จจริง ประเด็นที่จะจำเป็นจะต้องวินิจฉัย และความเห็นเกี่ยวโยงกับประเด็นที่จะจำเป็นจะต้อง
วินิจฉัยพรึบสำนวนคดีเสนอให้องค์พรรคพวก พิจารณาเดินการต่อไป ซึ่งในการทำบันทึกนี้
ตุลาการเจ้าของสำนวนจะต้องกล่าวกรณีแลเห็นของตนในการ วินิจฉัยคดีด้วยว่าควรวินิจฉัยใน
แนวทางใด
ในกรณีที่องค์คณะยั้งคิดสำนวนคดีดังกล่าวแล้วเห็นว่าไม่มีกรณีต้องหาทาง
ข้อเท็จจริงเพิ่มพูน ตุลาการหัวหน้าคณะจะมีคำบัญชากะๆวันสิ้นสุดการแสวงหาข้อเท็จสุทธิ
แล้วส่งสำนวนคดีให้อธิบดีศาลปกครองชั้นต้นพิจารณา ด้วยว่าส่งคำคมคดีนั้นให้ตุลาการผู้
แถลงคดีจัดทำคำแถลงการณ์เป็นหนังสือ เว้นแต่ในคดีที่เป็นเรื่องเร่งด่วน เรื่องที่มีข้อเท็จจริง
หรือข้อกฎหมายไม่ยุ่งยาก หรือในกรณีคำขอเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาซึ่ง
อาจถ้อยแถลงด้วยคำพูดได้ ขณะตุลาการผู้แถลงคดีได้ทำคำแถลงการณ์มีชีวิตหนังสือหรือ
รอบรู้เสนอคำแถลงการณ์ด้วยวาจาได้แล้ว องค์คณะจะกำหนดวันนั่งพิจารณาคดีครั้งแรก
ต่อไปส่วนหลังจากที่ได้ปรึกษาหารือกับอธิบดีศาลปกครองชั้นต้นจบ
จากอำนาจหน้าที่ของตุลาการเจ้าของสำนวนดังกล่าวข้างต้น จะมองได้ว่า ตุลาการ
เจ้าของสำนวนจะเป็นผู้มีหน้าที่สำคัญในการพิจารณาคดีของศาลปกครอง ด้วยว่าจะเป็นผู้
รวบรวมข้อเท็จจริงต่างๆ ในคดี และพิจารณาเสนอความเห็นในฐานต่อองค์หมู่ก่อนที่
องค์หน่วยจะรับฟังคำ แถลงการณ์ของตุลาการผู้ขยายความคดีและมีคำพิพากษาต่อเสด็จพระราชดำเนิน
ตำราตระเตรียมสอบศาลคุ้มครอง

หัวเรื่องสอบสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ คดี{รู้|ทราบ|เข้าใจ|รู้สึก|ฟังออก|ฟังรู้เรื่อง|ได้ข่าว|ได้ยิน|ตรัสรู้|รู้แจ้ง|รู้แจ้งเห็นจริง|หยั่งรู้|ทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท|ทราบเกล้าทราบกระหม่อม|ทราบเกล้าฯ|ประจักษ์แจ้ง|เห็นประจักษ์|ปรากฏชัด|

ประเด็นสอบสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์
กรณีตรัสรู้เกี่ยวข้องกับชั้นพินิจแผนการและระเบียบ
นโยบายพร้อมด้วยนโยบายสาธารณะ
การเล่าเรียนแนวทางนั้นโดยสาธารณะสามารถแยกการศึกษาออกเป็น 2 แนวทาง คือ
การศึกษานโยบายทั่วๆ ไป (General Policy) และการศึกษานโยบายสาธารณะ 
(PublicPolicy)
ในความนัยทั่วไป นโยบาย  หมายจรด แนวทางกว้างๆ ในการปฏิบัติงาน ซึ่ง
ในความหมายนี้จะไม่แยกแยะว่าจะเป็นนโยบายของเอกชนหรือของรัฐก็ล้วนแล้วทว่าดำรงฐานะ
ถนนวิธีกว้างๆ ในการปฏิบัติงานทั้งสิ้น เช่น แนวทางของธนาคารกรุงเทพฯ ก็คือ
แนวทางกว้างๆ ในการเข้าประจำการของรัฐ เป็นอาทิ
เพื่อในกรณีนี้จะเสนอถึงเฉพาะนโยบายสาธารณะหมายถึงสำคัญ ซึ่งใน
ข้อความหมายของหลักการสาธารณะมีนักวิชาการเหลือแหล่ท่านได้ให้ความใบแจ้งไว้ดังนี้
Thomas R. Dye กล่าวว่า นโยบายสาธารณะยังไม่ตายสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราว
หรือไม่ก็กิจกรรมที่รัฐบาลเลือกจะกระทำหรือไม่กระทำการ และเกี่ยวดองกับเหตุว่าทำไมจึงลงคะแนน
เช่นนั้น 
,, 
,, 
 
William T. Greenwood รายงานเตือน นโยบาย หมายถึง การตัดสินใจขั้นต้นที่
จดแนวทางตลอดอย่างกว้างๆ สำหรับนำไปสู่การประพฤติ ด้วยให้บรรลุวัตถุพึงประสงค์ที่วางไว้
Ira Sharkansky แนวทางสาธารณะ หมายถึง กิจกรรมต่างๆ ที่รัฐบาลหรือว่า
องค์กรของรัฐจัดทำขึ้น เช่น การจัดบริการสาธารณะ การออกเกณฑ์หมายและการกดคอใช้
กฎหมาย การจัดพิธีกรรมอันเป็นสัญลักษณ์ของสังคม ข้อสอบสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พร้อมทั้งการคุมกระบวนการกำหนด
นโยบายเหรอการกระทำทางการพาราอื่นๆ มีชีวิตไม้
ดร.กระมล ทองธรรมดา กล่าวว่า นโยบาย คือ เป้าหมายที่แต่ละมณฑลหาได้
เลือกคัดปฏิบัติเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่งตามที่กำหนดไว้ อันเป็นวัตถุประสงค์
ที่เชื่อว่าถ้าทำได้สำเร็จจะยังเป็นประโยชน์กับแว่นแคว้นของตนคว้า
สรุปก็คือ นโยบายสาธารณะ (Public Policy) นั้น อาจเป็นนโยบายของใช้
รัฐบาลไม่ใช่หรือของเอกชนก็ได้ หากนโยบายนั้นมุ่งผลผลประโยชน์ของส่วนรวมเป็นสำคัญ แต่ถ้าว่า
สำหรับนโยบายของรัฐบาล (Government Policy)แล้ว จะต้องเป็นหลักการสาธารณะเทียมถึงนั้น
ลักษณะทั่วจรของนโยบาย
จากความหวังทั้งตรึกจะเห็นว่า นโยบายทั่วๆ ไปจะมีลักษณะดังต่อไปนี้
1. เป็นแนวทางอย่างกว้างๆ คือ ไม่เจาะจง ยังมีลักษณะยืดหยุ่นอยู่มาก
2. มีจุดมุ่งหมาย ซึ่งอาจเป็นวัตถุประสงค์อย่างหนึ่งอย่างใดที่สำคัญมากๆ
เช่นเดียวกับ เป็นประโยชน์ขององค์การ เป็นต้น
3. เป็นประเด็นทูลเกี่ยวกับการปฏิบัติ คือ นโยบายจะเป็นเครื่องเคราชี้นำให้มีการ
ดำเนินการตาม พร้อมด้วยทั้งกล่าวแนะแนวทางณเก่งทำงานเกี่ยวกับให้บรรลุสิ่งของเรียกร้องที่ได้ประดิษฐานไว้
เหมือนกัน
องค์ประกอบที่สำคัญของแผนการ
1. นโยบายจะจำเป็นต้องสำแดงถึงเรื่องแน่นอน และชัดเจนในการทำงาน กล่าวคือ
แห่งการจำกัดนโยบายแห่งรัฐนั้นจะต้องคำนึงถึงความตรงงีบในการที่จะทำแจกนโยบาย
บรรลุผลด้วยว่า
2. นโยบายจะแตะต้องนำเสด็จพระราชดำเนินสู่การสร้างเสถียรภาพ และความมั่นคงของประเทศ
3. นโยบายจะจำเป็นจะต้องทำและดำเนินการอย่างต่อสัมพันธ์ และแถวการทำการ
ทั้งอเนกจะสัมผัสมีการพลิกกลับนฤมิตตามกระบวนการด้วย
ร่างข้าวของนโยบาย
นโยบายมีหลายรูปร่างและหลายลักษณะตามการใช้ประโยชน์ของนโยบาย ซึ่ง
พอจะสรุปได้ดังนี้
1. มีรูปครอบครองกฎเกณฑ์ กฎ ระบบ ตกว่า เป็นนโยบายที่มีรูปร่างบังคับให้
ต้องทำตาม ยกตัวอย่างเช่น ข้อบังคับต่างๆ ของรัฐ เป็นต้น
2. มีรูปเป็นแผนงาน โครงการ คือ เป็นนโยบายที่มีรูปพรรณเป็น
ข้อเสนอแนะ และเป็นแนวทางสำหรับการปฏิบัติงานขององค์การ พร้อมทั้งไม่มีลักษณะขืนให้
ทุกคนแตะต้องทำงานตาม
3. มีรูปเป็นประกาศ แจ้งความ คือ มีลักษณะเพื่อแจ้งข่าวสาร เชิญชวน
และมีลักษณะบังคับจิ๊ดที่สุด เช่น นโยบายชวนเฉลิมฉลองในวาระจังหวะที่สำคัญๆ
เป็นต้น
4. มีรูปยังไม่ตายหนังสือสัญญา ลงความว่า ครอบครองนโยบายที่รัฐให้สัญญากับกลุ่ม เช่น การขยายความ
นโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา เป็นต้น
5. มีรูปเป็นอื่นๆ คือ นโยบายอาจไม่มีรูปร่างให้เห็นบริสุทธิ์ เช่น คำอธิบาย
ของรัฐมนตรีใช่ไหมผู้ปกครอง ซึ่งเป็นเรื่องที่อยู่ในความรับผิดชอบขององค์การ มิใช่ฐานะส่วนตัว
ก็ถือเป็นนโยบายได้เช่นกัน แม้ไม่มีรูปร่างเป็นลายลักษณ์อักษรก็ตาม
ย่อความก็คือ นโยบายจะมีรูปร่างอย่างไรไม่สำคัญ แต่แผนและโครงการนั้น
จะจงมีรูปร่างที่อย่างมั่นเหมาะทุกครั้ง
ผู้กำหนดหลัก
เนื่องจากนโยบายสาธารณะเป็นเรื่องในระดับองค์การ ดังนั้นผู้มีหน้าที่ถือ
นโยบายจึงต้องมีองค์ประกอบเพราะฉะนี้
1. ยังไม่ตายผู้บริหารชั้นเลิศขององค์การ (Top – Level Administrator) 
เท่านั้น
2. เป็นเรื่องที่อยู่ในกิจธุระเรื่องรับผิดชอบของตนเอง
3. เป็นการวางตัวในสมัญญานามขององค์การมิใช่ฐานะส่วนตัว
แต่เหตุด้วยเหตุที่องค์การมีเยอะแยะระดับ นับแต่ระดับชาติจนถึงอันดับท้องถิ่น
(ผู้บริหารขององค์การจึงมีหลายระดับ) นโยบายจึงพลอยมีหลายสถานะตามองค์การไปเกี่ยวกับ
แต่ไม่ว่าจะเป็นระดับใดผู้มีหน้าที่กำหนดนโยบายก็ต้องเป็นผู้บริหารสูงสุดในระดับนั้นๆ อยู่
นั่นเอง ชิ้นบุคคลอื่นๆ ในองค์การไม่ว่าจะเป็นระดับใดจะเป็นเพียงผู้มีส่วนร่วมใน
หมู่การนโยบายแค่นั้น เช่น ในระดับชาติ – นายกรัฐมนตรี หรือชุดรัฐมนตรีทั้งเป็น
ผู้อนุมัติ, สถานภาพกระทรวง – ปลัดกระทรวง, ระดับกรม – อธิบดีหรือเลขาธิการฯ เป็นผู้อนุมัติ,
ระดับจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัด และระดับอำเภอ – นายอำเภอเป็นผู้อนุมัติ เป็นต้น
การพินิจพิจารณานโยบาย (Policy Analysis)
Duncan MacRae และ James Wilde กราบทูลว่า การวิเคราะห์นโยบายลงความว่า
การใช้หลักฐานและเหตุผลเพื่อเลือกทางเลือกนโยบายที่ดีที่สุด จากทางลงคะแนนเสียงทั้งมากที่มีอยู่
Barbara Bardes และ Mel Dubnick กล่าวว่า การวิเคราะห์นโยบาย
หมายถึง การประยุกต์ใช้เทคนิคในการแก้ไขปัญหาต่างๆ เนื่องด้วยแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการ
ลงมือของรัฐบาล
William Dunn กล่าวว่า การวิเคราะห์นโยบายเป็นส่วนย่อยทางสังคมศาสตร์
ประยุกต์ ซึ่งใช้อุบายมากหลายวิธีในการค้นหา แสดงเหตุผลเพื่อที่จะผลิตและเปลี่ยนสภาพการณ์
ของข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับนโยบาย ซึ่งอาจสามารถนำไปใช้ผลดีในสภาพจริงลู่ 
หัวเรื่องแนวข้อสอบสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์

ข้อแนวข้อสอบเธอเสมียนการเงินพร้อมด้วยทะเบียนกรมที่ทาง ไร่ที่จะออกโฉนดที่ดิน หรือหนังสือ [LINK1]รับแขกการทำอรรถประโยชน์จัดหามา

ข้อแนวข้อสอบเทวดาผู้ปฏิบัติงานการเงินตรากับสมุดบัญชีกรมปถพี
เมทนีดลที่จะออกโฉนดที่ดิน หรือหนังสือ ค้ำประกันการทำผลกำไรได้มา
1. ที่ดินที่จะออกลูกคู่มือแสดงสิทธิในที่ดิน
ถือเอาว่า โฉนดที่ดิน หรือหนังสือรับรองการทำกำไร (น.ส.3, น.ส. 3ก., น.ส. 3ข.)ได้
จะต้องเป็นที่ดินที่มีลักษณะตามหลักเกณฑ์ที่จำกัดไว้ในกฎกระทรวง ฉบับที่ 43 (พ.ศ. 2537)
ข้อ 14 กล่าวคือ
,, 
,, 
• จะแตะเป็นที่ดินที่ผู้มีสิทธิในแผ่นดินได้ครอบครองและทำประโยชน์แล้ว
• ไม่เป็นธาตรีที่ราษฎรใช้ประโยชน์ร่วมมือกัน เช่น ทางอัมพุ ทางหลวง ท้องทะเลสาบที่ริมชายฝั่ง
ที่เลี้ยงสัตว์สาธารณประโยชน์
• ไม่หมายความว่าที่ดินซึ่งได้หวงห้ามไว้เพื่อประโยชน์ตามพระราช บัญญัติตวาดด้วยการหวงกักด่าน
ที่ดินรกรุงรังว่างเปล่า อันเป็นสาธารณสมบัติ ของภพพุทธศักราช 2478
• ไม่เป็นที่ดินที่คณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติสงวนและพัฒนาที่ดินเพื่อจัดให้หง่อม
ชาวบ้าน
• ไม่เป็นที่ดินของรัฐที่ทีมกรรมการจัดที่ดินณชาติถนอมหรือแหนหวงห้ามเพื่อให้ให้
หมู่ชนใช้ผลดีเข้าร่วมกัน
• ไม่ดำรงฐานะที่ดินที่คณะรัฐมนตรีสงวนไว้เพื่อจะรักษาทรัพยากรธรรมชาติหรือเพื่อผลดี
ส่วนรวมเช่นอื่น
2. ที่ดินที่มีประเภทดังต่อไปนี้ จะออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินได้จะต้องอยู่ในเงื่อนไข ดังนี้
• ที่ภู ที่ศีขร พร้อมกับขอบเขตที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยประกาศหวงหยุดยั้งยินยอม
มาตรา 9 (2) ที่ประมวลกฎหมายที่ดิน ข้อสอบเจ้าพนักงานการเงินและบัญชีกรมที่ดิน ผู้ครอบครองที่ดินจะต้องมีสิทธิครอบครองโดยปฏิพัทธ์
ด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมาย ปถพี
• ที่เกาะ จะต้องมีหลักฐานการแจ้งการครอบครอง (ส.ค. 1 ) ใบจอง, ใบเหยียบย่ำ, น.ค.
3, ก.ส.น. 5 ใช่ไหมเป็นที่ดินที่คณะกรรมการจัดที่ดิน แห่งหนชาติได้อนุมัติให้แจ๊ดแก่ประชาชน หรือว่า
เป็นที่ดินซึ่งได้มีการจัดหาผลประโยชน์ตามมาตรา 10 และ 11 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินเพราะ
คณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติได้อนุมัติแล้ว
• เขตป่าสงวนแห่งชาติ เขตอุทยานแห่งชาติ พื้นที่รักษาพันธุ์สัตว์ป่า พื้นที่ห้ามล่าสัตว์ป่า
หรือพื้นที่ที่ได้จำแนกให้เป็นเขตป่าไม้ถาวร จะต้องมีหลักฐานการแจ้งการครอบครอง (ส.ค. 1 )
หรือได้ออกใบจอง, ใบเหยียบย่ำ, ตราจอง ไว้ก่อนการสงวนหรือ หวงห้ามที่ดิน
• ที่ดินที่อยู่ในเขตปฏิรูปที่ดิน ผู้ครอบครองที่ดินจะต้องมีหลักฐานการแจ้งการครอบครอง
(ส.ค. 1), ใบแจ้งความประสงค์จะได้สิทธิในที่ดิน ตามมาตรา 27 ตรี แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน
หรือมีใบจอง, ใบเหยียบย่ำ หรือมีหลักพยาน น.ค. 3, ก.ส.น. 5 ก่อนประกาศเป็นเขตปฏิรูปที่ดิน
• พื้นที่ที่มีคดีลาดชันโดยเกลี่ยร้อยละ 35 ขึ้นไป ตามที่ขีดคั่นไว้ในนโยบายพงพี
แห่งชาติ ผู้ครอบครองที่ดินจะต้องมีสิทธิครอบครองมาก่อน การบังคับใช้ประมวลกฎหมาย
ที่ดิน (ก่อน 1 ธันวาคม 2497) หรือมีหลักฐานแสดงว่าเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินโดยชอบเพราะ
กฎหมาย เช่น มีหลักฐานการรุ่งอรุณการครอบครอง (ส.ค. 1)
การขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือต้อนรับขับสู้การทำประโยชน์เนื้อๆราย
• หลักฐานประกอบการขอออกโฉนดที่ดิน
- บัตรประจำตัวชาวบ้าน ทะเบียนบ้าน ทะเบียนสมรส พยานการพลิกผันชื่ออวัยวะ
ชื่อสกุล (ถ้ามี)
- แบบแจ้งการปิดคลุมยึดครองที่ดิน (ส.ค.1)
- ใบรับแจ้งความประสงค์จะได้สิทธิในที่ดิน
- ใบจองหรือใบเหยียบย่ำ หรือตราจอง
- หนังสือรับรองการจัดแจงประโยชน์ (น.ส.3, น.ส.3 ก.,น.ส.3 ข) หรือใบสำคัญแสดงการพา
ที่ดินขึ้นทะเบียน (แบบหมายเลข 3)
- ใบสอบปากคำเหรอใบนำ
- หนังสือแสดงการทำประโยชน์ ในกรณีที่ได้รับการเข้มที่ดินในนิคมสร้างตนเองหรือ
สหกรณ์นิคม (น.ค.3 หรือ กสน.5)
- หลักฐานการเสียพนันภาษีอากรไร่ หรือหลักฐานอื่นที่ผูกพัน
หลักฐานประกอบการขอร้องออกหนังสือรับรองการทำอรรถประโยชน์
- บัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้าน ทะเบียนสมรส หลักฐานการพลิกกลับพระนามตน ชื่อ
สกุล (ถ้ามี)
- ขั้วเข้าใจการได้รับที่ดิน (ส.ค.1)
- ใบรับแจ้งข้อความหวังจะได้สิทธิในที่ดิน
- ใบจองหรือไม่ก็ใบเหยียบย่ำ หรือตราเข้าครอบครอง
- หนังสือแสดงวิธานประโยชน์ ในคดีที่ได้รับการจัดที่ดินในนิคมก่อตนเองหรือ
สหกรณ์นิคม (น.ค.3 หรือ กสน.5)
- หลักฐานการเสียภาษีที่ดินหรือไม่หลักฐานอื่นที่เกี่ยวดอง
• ขั้นตอนการให้กำเนิดโฉนดที่ดินเนื้อๆราย
1. รับบัตรคิวจากประชาสัมพันธ์
2. ชี้ระวางแบบ
3. รับคำขอ สอบสวน ชำระเงินค่าธรรมเนียม
4. ฝ่ายรังวัดทำงาน นัดพบทำการรังวัด กำหนดตัวช่างรังวัด
5. ตรวจหารายชื่อเจ้าของที่ดินข้างเคียง และพิมพ์หมายข้างเคียง
6. รับหมายแจ้งเจ้าของที่ข้างเคียง วางเงินมัดจำรังวัดรับหลักมณฑลที่ดิน
7. ช่างรังวัดออกไปกระทำการรังวัด พิสูจน์สอบสวนการทำประโยชน์ที่ดิน
8. คำนวณเนื้อที่ และเขียนรูปแผนที่โฉนดที่ดิน
9. เจ้าพนักงานที่ดินประกาศการแจกโฉนดที่ดิน 30 วัน
10. ประกาศแจกที่ดินให้ปิดในที่เปิดเผย ณ ที่ทำการที่ดินท้องที่ สำนักงานเขตหรือ
ที่ว่าการอำเภอ หรือที่ว่าการกิ่งอำเภอท้องที่ ที่ทำการแขวงหรือที่กระทำการกำนันท้องที่พร้อมกับใน
ละแวกที่ดินนั้นแห่งละหนึ่งฉบับ ในเขตเทศบาลให้ปิดไว้ ณ สำนักงานเทศบาลอีกหนึ่งอย่าง
11. หยิบยกเรื่องขออนุมัติผู้ว่าราชการจังหวัด กรณีขอออกโฉนดที่ดินเพราะมิได้แจ้งการ
ครอบครองหรือกรณีเนื้อที่เกิน 50 ไร่ ตามมาตรา 59 ทวิ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน
12. ส่งเรื่องให้คณะกรรมการตามกฎกระทรวงฉบับที่ 43 ตรวจสอบกรณีที่ดินอยู่ใน
เขตป่าไม้
13. ร่วมงานกับ ส.ป.ก.หรือผู้ปกครองนิคมฯ กรณีที่ดินอยู่ในเขตสะสางที่ดินฯ
นิคมสร้างตนเอง หรือสหกรณ์นิคม
14. เสนอเจ้าเสมียนที่ดินลงนามออกโฉนดที่ดินให้แก่ผู้ขอและชัดเจนเจ้าของที่ดินมา
รับโฉนดที่ดิน
15. แบ่งออกโฉนดที่ดินให้ผู้ขอ
กรรมวิธีการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3, น.ส.3 ก., น.ส.3 ข) ข้อข้อสอบเจ้าพนักงานการสตางค์และโพยกรมเกษตร

คอลัมน์เรื่องสอบสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์

แนวหัวเรื่องสอบสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์
พระราชบัญญัติสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ. 2550
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.อุปการะไว้ ณ วันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2550ยังไม่ตายปีที่ 62 ในรัชกาลล่าสุด
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แนวข้อสอบสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ มีพระบรมราชโองการพอใจเกล้าฯ
ถวายข่าวสารแหว
เพราะว่าที่ทั้งเป็นการมีคุณค่ากวาดล้างกฎเกณฑ์นินทาด้วยการจัดการศึกษาระดับปริญญาตรีที่
สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์
แล้วก็ทรงพระภิกษุกรุณาโปรดเกล้า ฯ  ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำชักจูงและไม่ขัดข้อง
ของใช้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ เซ็งแซ่ต่อไปนี้
มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ.2550
,, 
,, 
 
มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้เปลืองสั่งตั้งแต่งแต่วันถัดจากวันป่าวประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ยังมีชีวิตอยู่ต้นไป
มาตรา 3 ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติการ ยิ่งการศึกษาวรรณะปริญญาตรีในสถาบันบัณฑิต
พัฒนศิลป์ พ.ศ. 2541
มาตรา 4 ประทานรวมสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติการนับว่า
การศึกษาสถานภาพปริญญาตรีในสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ. 2541 วิทยาลัยนาฏศิลป วิทยาลัย
นาฏศิลปะกาฬสินธุ์ วิทยาลัยนาฏศิลปจันทบุรี วิทยาลัยนาฏศิลปเชียงใหม่ วิทยาลัยนาฏศิลป
นครศรีธรรมราช วิทยาลัยนาฏศิลปนครราชสีมา วิทยาลัยนาฏศิลปพัทลุง วิทยาลัยนาฏศิลป
ร้อยเอ็ด วิทยาลัยนาฏศิลปลพบุรี วิทยาลัยนาฏศิลปสุโขทัย วิทยาลัยนาฏศิลปสุพรรณบุรี
วิทยาลัยนาฏศิลปอ่างทอง วิทยาลัยช่างศิลป วิทยาลัยช่างศิลป นครศรีธรรมราช และวิทยาลัย
ช่างศิลปสุพรรณบุรี มาจัดตั้งเป็นสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ตามพระราชบัญญัตินี้
สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์เป็นนิติบุคคลและเป็นส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการ
งบใกล้เคียง ในขึ้นกับกระทรวงขนมธรรมเนียม
มาตรา 5 ในพระราชบัญญัตินี้
“สถาบัน” ประสงค์ข้อคดีว่า สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์
“สภาสถาบัน” หมายเรื่องว่า สภาสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์
“สภาวิชาการ” หมายความว่า สภาความรู้แจ้งการสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์
“สภาคณาจารย์และบุคลากร” หมายข้อคดีว่า สภาคณาจารย์ด้วยกันบุคลากรสถาบัน
บัณฑิตพัฒนศิลป์
“วิทยาเขต” หมายเกณฑ์ความว่า ดินแดนการศึกษาของสถาบันที่มีคณะ สำนัก วิทยาลัย ศูนย์
หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ ตั้งแต่สองส่วนราชการขึ้นไปตั้งอยู่
แห่งละแวกการศึกษาเล่าเรียนนั้นตามที่สภาสถาบันชี้เฉพาะ
“กระทรวง” หมายข้อคดีว่า กระทรวงขนมธรรมเนียม
“รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการยอมพระราชบัญญัตินี้
มาตรา 6 เพื่อประโยชน์และเหตุสอดเสือกรวบในการบริหารงานบุคคลสำหรับคณาจารย์
ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาของสถาบัน ให้สภาสถาบันมีอำนาจหน้าที่ในการ
บริหารงานบุคคลของสถาบันตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการ
เรียน ละเว้นแต่พระราชบัญญัตินี้บัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น
มาตรา 7 อวยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงขนมธรรมเนียมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ กับ
ให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงและโฆษิตเพื่อลงมือตามพระราชบัญญัตินี้
กฎกระทรวงและป่าวร้องนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้เค้นได้
หมวด 1
ตอนทั่วจากไป
มาตรา 8 ให้สถาบันเป็นสถานศึกษาเล่าเรียน มีวัตถุประสงค์ให้การเรียนและส่งเสริมวิชาการ
ตั้งแต่ระดับขั้นแรกวิชาชีพถึงวิชาชีพชั้นเถิน ด้านนาฏศิลป์ ดุริยางคศิลป์ คีตศิลป์ ช่างศิลป์ รวมหมด
แหลมทองและสากล ร่วมทั้งศิลปธรรมเนียมปฏิบัติระดับท้องถิ่นและลำดับชั้นชาติ ทำการสอน ทำการหยิบยก ทำ
การศึกษาวิจัยและให้บริการทางวิชาการ จวบจวนจนส่งเสริม สืบสาน สร้างสรรค์ ทะนุบำเรอ และเผยจังหวัดแพร่
ศิลปวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของชาติ พร้อมทั้งศิลปธรรมเนียมที่มากหน้าหลายตาของที่สาธารณะภายใน
ดินแดน
มาตรา 9 สถาบันอาจแบ่งหมู่ราชการ ดังต่อไปนี้
(1) ที่อยู่อาศัยงานอธิการบดี
(2) สำนักกิจธุระวิทยาเขต แนวข้อสอบสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ วิธีข้อข้อสอบสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์

คัมภีร์เตรียมการแนวข้อสอบศาลบำรุงรักษา เขตอำนาจปัจจุบันของศาลปกครอง มีเขตตลอดท้องที่ทั่ว{ประเทศ|เมือง|มณฑล|รัฐ|แว่นแคว้น|บ้านเมือง|แคว้น|ดินแดน|ชาติ|ชาติบ้านเมือง|ประชาชาติ|ประเทศชาติ|ด้าว|แดน

คู่มือจัดแจงข้อสอบศาลคุ้มครอง
เขตอำนาจปัจจุบันของศาลปกครอง มีเขตกว้างขวางท้องที่ทั่วชาติ คือ
1.ศาลคุ้มครองกลาง โดยมีเขตอำนาจตลอดท้องที่กรุงเทพมหานคร จังหวัด
นครปฐม จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี จังหวัดราชบุรี เมืองสมุทรปราการ จังหวัด
สมุทรสงคราม และจังหวัดสมุทรสาคร ในระหว่างที่ศาลปกครองในภูมิภาคยังมิได้มีเขต
อำนาจภายในตำบลใด ให้ศาลปกครองกลางมีเขตศักดาในท้องที่นั้นด้วย
2. ศาลปกครองเชียงใหม  เพราะว่ามีถิ่นกำลังตลอดท้องที่จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัด
เชียงราย จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดลำปาง จังหวัดลำพูน และมีภูมิภาคอำนาจเพิ่มปริมาณใน
จังหวัดน่าน จังหวัดพะเยา จังหวัดแพร่ และจังหวัดอุตรดิตถ์
3. ศาลปกครองสงขลา โดยมีเขตอำนาจตราบเท่าชุมชนจังหวัดตรัง จังหวัดพัทลุง
จังหวัดสงขลา และจังหวัดสตูล และมีเขตอำนาจเพิ่มเติมในจังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี
และจังหวัดยะลา
,, 
,,
4. ศาลปกครองนครราชสีมา  โดยมีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดชัยภูมิพร้อมทั้งจังหวัด
นครราชสีมา และมีเขตอำนาจเพิ่มเติมในจังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดสุรินทร์
5. ศาลปกครองขอนแก่น โดยมีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดขอนแก่น จังหวัด
กาฬสินธุ์ จังหวัดมหาสารคาม และมีเขตอานุภาพเสริมเติมในจังหวัดมุกดาหาร
6. ศาลปกครองพิษณุโลก โดยมีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดกำแพงเพชร จังหวัด
ตาก จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดพิจิตร ข้อสอบศาลปกครอง จังหวัดพิษณุโลก จังหวัด เพชรบูรณ์ และจังหวัด
สุโขทัย
7. ศาลปกครองระยอง โดยมีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดจันทบุรี จังหวัด
ฉะเชิงเทรา จังหวัดชลบุรี จังหวัดตราด จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดระยอง และจังหวัดสระแก้ว
8. ศาลปกครองนครศรีธรรมราช โดยมีเขตอำนาจท้องที่จังหวัดกระบี่ จังหวัด
นครศรีธรรมราช จังหวัดพังงา จังหวัดภูเก็ต และจังหวัดสุราษฎร์ธานี กับมีเขตอำนาจ
เพิ่มขึ้นในจังหวัดชุมพร และจังหวัดระนอง
9.ศาลปกครองอุดรธานี โดยมีเขตอำนาจท้องที่จังหวัดเลย จังหวัดหนองคาย
จังหวัดหนองบัวลำภู จังหวัดอุดรธานี และมีเขตอำนาจเพิ่มเติมในจังหวัดนครพนม จังหวัด
บึงกาฬ และจังหวัดสกลนคร
10.ศาลปกครองอุบลราชธานี โดยมีเขตอำนาจท้องที่จังหวัดยโสธร จังหวัดร้อยเอ็ด
จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดอุบลราชธานี พร้อมทั้งจังหวัดอำนาจเจริญ
การฟ้องคดีปกครอง
- การฟ้องคดีปกครอง
- การยกตัวอย่างคำฟ้อง
- ตัวอย่างการโหนกฟ้องคดีต่อศาลปกครองกลาง
- ตัวอย่างคดีที่ฟ้องต่อศาลบริหารได้
- ตัวอย่างคดีที่ฟ้องต่อศาลปกครองไม่ได้
- ข้อระวังในการฟ้องคดี
- คำแนะนำ/ข้อบังคับ
- ลักษณะของคดีปกครอง
การฟ้องคดีปกครอง
เนื่องจากคดีปกครองมีลักษณะพิเศษต่างไปจากคดีแพ่งและคดีอาญา ดังนั้น จึงต้องมี
วิธีพิจารณาที่เหมาะสมกับสภาพของคดีปกครองเอง ซึ่งได้แก่วิธีพิจารณาแบบไต่สวน อัน
เป็นวิธีการที่มีหลักสำคัญในการให้อำนาจศาลในการแสวงหาข้อเท็จจริงได้อย่างกว้างขวาง
และเป็นผู้ดำเนินกระบวนพิจารณาเอง
อย่างไรก็ดี การพิจารณาคดีปกครองยังคงต้องเคารพแนวทางทั่วไปของระบบวิธีพิจารณา
คดี อันเป็นหลักการที่มุ่งเน้นให้มีการพิจารณาคดีอย่างยุติธรรมและมีประสิทธิภาพ เช่น การ
ฟังความสองแผนก การตริตรองไปยินยอมกรอบของคำฟ้องและคำขอท้ายฟ้อง การทัดทานตุลา
การ เป็นต้น
จากหลักการของกระบวนพิจารณาคดีปกครองดังกล่าวข้างต้น ได้นำมาสู่การวาง
หมู่วิธีพิจารณาคดีปกครองที่ส่วนหนึ่งอันเป็นกรอบสาระสำคัญ ได้บัญญัติไว้ใน
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 และอีกหมวดหนึ่ง
กำหนดไว้ในระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดี
ปกครอง พ.ศ. 2543
การทูลคำฟ้อง
การยื่นกล่าวหาต่อศาล จะต้องเป็นไปตามข้อจำกัด ดังต่อไปนี้
1. เรื่องที่นำมาฟ้องต้องเป็นคดีปกครอง และต้องเป็นเรื่องที่อยู่ในศักดิ์พิจารณา
พิพากษาของศาลปกครอง เป็น เป็นกรณีตามมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาล
ปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง
2. ต้องยื่นฟ้องต่อศาลที่มีภาม
อำนาจศาลในที่นี้บ่งถึงทั้งอำนาจและเขตอำนาจกล่าวคือ ข้อความที่อยู่ในอำนาจของใช้
ศาลปกครองชั้นต้น ก็จะต้องยื่นฟ้องต่อศาลปกครองชั้นต้นจะฟ้องร้องคดีไปยังศาลถือบังเหียน อุดม
ไม่ได้ ในทางกลับกันคดีที่อยู่ในศักดาของศาลปกครองสูงสุด ก็จะต้องยื่นฟ้องต่อศาล
ปกครองสูงสุดเท่านั้น อีกทั้งการยื่นฟ้องคดีจะต้องยื่นฟ้องแก่ศาลปกครองที่มีเขตอำนาจ
เหนือคดีนั้น ซึ่งในศาลดำเนินงานชั้นต้นได้แก่ ศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นหรือศาลที่ผู้ฟ้องคดีมี
ภูมิลำเนาอยู่โซนศาลนั้น ส่วนศาลปกครองสูงสุดมีเขตอำนาจตลอดทุกพื้นที่ของประเทศ
3. คำฟ้องสัมผัสทำเป็นตำราและมีรายการตามที่ระบุไว้และยื่นโดยถูกวิธี
การฟ้องคดีปกครองไม่มีแบบแปลนของคำฟ้องบันทึกไว้เฉพาะ แต่ต้องทำเป็นจดหมาย
ฟ้องด้วยวาจาไม่ได้) ใช้ภาษาสุภาพ มีรายการตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 45 กล่าวคือต้อง
ระบุ ชื่อ ที่อยู่ของผู้ฟ้องคดีและผู้ถูกฟ้องคดี ข้อเท็จจริงหรือพฤติการณ์เกี่ยวกับการทำตัวที่
เป็นเหตุแห่งการฟ้องข้อหา คำขอและลายมือชื่อผู้ฟ้องคดี เพราะว่าต้องแนบพยานหลักพยานที่
จับข้องไปครบถ้วนคำฟ้อง โดยผู้ฟ้องคดีต้องถือว่าทำสำเนาคำฟ้องและสำเนาผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ข้อรับรอง
ตามส่วนแบ่งผู้ถูกฟ้องคดีพร้อมด้วย
เพราะด้วยวิธีการยื่นคำฟ้องนั้นจะชะโงกด้วยตนเองหรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นยื่นแทนหรือจะ
ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนก็ได้
อนึ่ง ในเหตุที่มีผู้คาดหมายจะฟ้องคดีหลายคนในเหตุเดียวกัน บุคคล ดังกล่าวสุนทรพจน์จะยื่นคำ
ฟ้องร่วมกันเป็นฉบับเดียว โดยมอบให้ผู้ฟ้องคดีคนหนึ่งเป็นผู้แทนพระองค์ของผู้ฟ้องคดีทุกคนก็คว้า
ในคดีนี้หนีบว่าการกระทำของผู้แทนผู้ฟ้องคดีในกระบวนพิจารณาผูกพันผู้ฟ้อง คดี ทุกคน
เหตุด้วย
4. ผู้ฟ้องคดีต้องสดผู้ที่มีข้อคดีสามารถตามกฎเกณฑ์
โดยเป้าหมายแล้วผู้ฟ้องคดีต้องสดผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในการทำนิติกรรมตามประมวญ
กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หากผู้ฟ้องคดีมีข้อบกพร่องในเรื่องความสามารถก็จะจง
เคลื่อนการแก้ไขติดตามที่ประมวลข้อบังคับแพ่งและพาณิชย์บัญญัติไว้ อย่างไรก็ดี สำหรับภายใน
การฟ้องคดีปกครองนั้น มีข้อยกเว้นอนุญาติให้ผู้เยาว์ที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์ คำฟ้องคดี
เช่นกันตนเองได้ถ้าศาลอนุญาต คู่มือเตรียมสอบศาลดูแล

แนวเรื่องสอบศาลยุติธรรมดูแล ข้อคดีรู้ทั่วไปจับกับศาลเจ้าปกครอง

ย่านหัวเรื่องสอบศาลเจ้าคุ้มครอง
กรณีรู้ทั่วไปรวบกับศาลพระภูมิปกครอง
ตราสัญลักษณ์ศาลปกครองพร้อมทั้งที่อยู่อาศัยงานศาลบำรุงรักษา
ศาลพระภูมิบริหารด้วยกันสำนักงานศาลปกครองจัดหามารับพระมหาใจใหญ่ใจโตธิคุณจากพระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้อัญเชิญ "พระคทาจอม
ทัพ" ซึ่งเป็นพระคทาประจำพระองค์ ไปประกอบเป็นส่วนหนึ่งสรรพสิ่ง "ตราสัญลักษณ์ศาล
ถือบังเหียนด้วยกันสำนักงานศาลปกครอง" เพราะครอบครองการเทิดพระเกียรติยศของพระบาทสมเด็จพระ
เจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชจ่ายสถิตสถาพรถึงไป โดยประกอบเป็นแกนกลางดุลพาห
ประดิษฐานบนพานมีช่อชัยพฤกษ์อยู่ด้านล่าง ภายในขอบวงรี ซึ่งมีความหมายของเครื่องแสดง
สัญลักษณ์ เพราะเหตุนี้
วงรี วงรีมาจากวงกลมที่รีเป็นรูปไข่ หมายถึง วงกลมซึ่งมีการย้ายไหวหมุนไป
ตลอดเวลา เป็นการพัฒนาการอย่างไม่อยู่กับที่มีความก้าวหน้าอยู่เสมอ
ดุลพาห ดุลใช่ไหมเครื่องชั่ง เป็นเครื่องหมายวัดหาความเสมอกัน หมายถึง การสมดุล
เสมอภาคมีความเป็นธรรมและไม่เอนเอียงแก่ฝ่ายใด ทรงไว้ซึ่งความยุติธรรมเที่ยงตรง
พระคทาจอมทัพ เป็นพระคทาประจำพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิ
พลอดุลยเดช เป็นสัญลักษณ์แสดงว่าศาลคุ้มครองพร้อมด้วยสำนักงานศาลปกครองจัดตั้งขึ้น
สำเร็จในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิ แนวข้อสอบศาลปกครอง พลอดุลยเดช เพื่อให้ความยุติธรรมแก่
ประชาชนในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์ กับทั้งเป็นมิ่งขวัญเครื่องเตือนใจให้ตุลาการ
ศาลปกครองและข้าราชการอย่างราชสำนัก ปกครองปฏิบัติตนหน้าที่ให้บรรลุเจตนารมณ์ในการจัดตั้ง
ศาลปกครอง
พาน ชำระคืนสำหรับอัญเชิญสิ่งสำคัญ ซึ่งตัวอย่างเช่น การอัญเชิญพระคทาจอมทัพซึ่งเป็นพระ
คทาประจำพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
ช่อชัยพฤกษ์ เป็นช่อใบไม้ใช้ใส่หัวเมื่อมีชัยชนะ หมายถึง ความมีชัยปราบในการคิด
กับการดำเนินการแห่งสรรพกิจทั้งปวงของศาลปกครอง และสำนักงานศาลปกครอง
วิสัยทัศน์
ศาลดำเนินงานเป็นสถาบันหลักที่ใช้เงื้อมมือตุลาการในการอำนวยความ เที่ยงตรงทิศา
ดูแลตามหลักนิติธรรม อย่างมีอำนาจ และมีมาตรฐานในขั้นสากลก่อให้ตกฟาก
บรรทัดฐานการบริหารราชการแผ่นดินและสร้าง ความสมดุลระหว่างสิทธิและเสรีภาพของ
สามัญชนกับประโยชน์ส่วนรวม
,, 
,, 
พันธกิจ
ประกอบด้วย ๕ พันธกิจ ดังนี้
พันธกิจที่ ๑ ตัดสินคดีและกำหนดคดีปกครองด้วยข้อความถูกต้อง เป็นธรรม ไว
และเกิดสัมฤทธิผล
ทุกภาคท่อนในกลุ่มเข้าถึงการเอื้ออำนวยความยุติธรรมทางปกครองได้โดยง่าย และทั่วถึง
พันธกิจที่ ๒ ไว้หลักปฏิบัติราชการทางปกครองที่เป็นบรรทัดฐานในการใช้ศักดิ
ทางปกครองที่เป็นธรรม
เพื่อป้องกันและลดการเกิดข้อทะเลาะทางคุ้มครอง
พันธกิจที่ ๓ ยกอันดับการดำเนินงานของศาลปกครองให้มีประสิทธิภาพ มีคุณค่า
ตามมาตรฐานสากล
และมีธรรมาภิบาลเพื่อที่จะให้ทั่วภาคส่วนในแวดวงได้รับการบริการอย่างมีคุณภาพ
พันธกิจที่ ๔ เสริมสร้างและเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจด้านสิทธิและหน้าที่ตาม
กฎหมายปกครอง และวิถีดำเนินตนราชการจากคำพิพากษาของศาลปกครองให้มีอายุทุกภาค
ส่วนในสังคม
พันธกิจที่ ๕ เสริมสร้างความผูกพันและเครือข่ายความร่วมมือแนวทางวิชาการทั้งภายใน
ประเทศและต่างประเทศ
แผนยุทธศาสตร์ศาลปกครอง (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๘ – ๒๕๖๑
เพื่อให้ใช้เป็นทิศทางการดำ เนินงานเลี้ยงในแต่ละช่วงปีงบประมาณให้คล้องจองกับ
สภาพที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาไป
โดยที่ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ เป็นปีในบั้นปลายของการข้อมูลใช้แผนยุทธศาสตร์
ศาลดำเนินงาน (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๔ – ๒๕๕๗ จึงต้องมีการเตรียมความพร้อมด้วยในการประดิษฐ์
แผนยุทธศาสตร์ศาลปกครอง (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๘ – ๒๕๖๑ ซึ่งท่านสำคัญศาล
ปกครองเลิศได้มอบแผนการในการสร้างแผนยุทธศาสตร์ศาลปกครองฉบับใหม่ โดยให้
ประชาคมศาลปกครองทุกคนมีส่วนร่วมในการระดมความคิดเห็น วิเคราะห์ปัญหาความ
ต้องการ และเสนอทิศทางการพัฒนางานของศาลปกครองในอนาคต รวมทั้งเปิดโอกาสให้ทุก
ภาคเขตในสังคมมีส่วนรวมในการสะท้อนความคิดเพ่งและให้ข้อเสนอแนะ เพื่อร่วมกัน
พัฒนากระบวนการยุติธรรมทางปกครองของประเทศไทยให้แข็งแรงอย่างยั่งยืน ศาล
ปกครองจึงได้เชิญผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อัครเดช ไชยเพิ่ม รองคณบดีคณะรัฐศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและที่ปรึกษาด้านการพัฒนาองค์กรของสำนักงานศาลปกครอง เป็น
ที่ปรึกษาในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ศาลปกครอง (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๘ – ๒๕๖๑
สำหรับให้ท่าการสร้างแผนมีความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ ภายใต้หลักวิชาการ
วิสัยทัศน์
ศาลปกครองเป็นสถาบันหลักการที่ใช้อำ นาจตุลาการในการอำ นวยความยุติธรรม
ทางปกครองตามหลักนิติธรรม อย่างมีประสิทธิภาพ และมีมาตรฐานในระดับสากล ก่อให้เกิด
บรรทัดฐานการบริหารราชการแผ่นดิน และปลูกสร้างความสมดุลระหว่างสิทธิและเสรีภาพของใช้
ประชาชนพลเมืองกับอรรถประโยชน์ส่วนกลาง
เป้าประสงค์แบบฉบับ
ทุกภาคแง่มุมในสังคมมีความเชื่อมั่นต่อการอำนวยความยุติธรรมของศาลปกครอง
พันธกิจ
ประกอบด้วย ๕ พันธกิจ เพราะฉะนี้
พันธกิจที่ ๑ พิพากษาคดีและบังคับคดีปกครองด้วยความถูกต้อง เป็นธรรม รวดเร็ว
และเกิดสัมฤทธิผล ทุกภาคส่วนในสังคมเข้าถึงการอำ นวยความยุติธรรมทางปกครองหาได้
โดยง่าย และทั่วถึง เส้นข้อสอบศาลปกครอง

คู่น้ำมือจัดสอบสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ สิ่งของพึงประสงค์

ญิบแขนเตรียมตัวสอบสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์
อุปกรณ์มุ่งหวัง
สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ มีฤทธิ์เดชหน้าที่ให้การเรียนรู้และส่งเสริมพิทยาการ ตั้งแต่
ชั้นพื้นฐานวิชาชีพ ถึงวิชาชีพชั้นสูงด้านนาฏศิลป์ ดุริยางคศิลป์ คีตศิลป์ และทัศนศิลป์ทั้งสยาม
พร้อมทั้งสากล รวมทั้งศิลปจารีตระดับท้องถิ่นและ คู่มือเตรียมสอบสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ระดับชาติ ทำการสอนการแสดง การวิจัย
และให้บริการทางวิชาการ ตลอดจนอนุรักษ์ สืบสาน สร้างสรรค์ ส่งเสริม ทำนุบำรุง และเผยแพร่
ศิลปวัฒนธรรมอันสดเอกลักษณ์ของใช้บ้านเมืองและศิลปวัฒนธรรมที่หลากหลายของชุมชนในท้องถิ่น
ที่หมายสู่ความรุ่งเรือง
,, 
,,
มีชีวิตสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ หมายความว่าศูนย์กลางองค์ความรู้ด้านนาฏศิลป์ ดุริยางคศิลป์ คีต
ศิลป์ และทัศนศิลป์ ที่มีมาตรฐาน เป็นที่จำใจรับประเภทชาติและนานาชาติ
พระราชบัญญัติสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ. 2550ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2550เป็นปีที่ 62 ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดปรานเกล้าฯ
อุดหนุนป่าวประกาศว่าโดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการจัดการศึกษาระดับปริญญาตรีใน
สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์
จึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ อุปถัมภ์ตราพระราชบัญญัติรุ่งโรจน์ไว้โดยคำแนะนำตัวและทำเนา
สิ่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ อย่างกับต่อไปนี้
มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้พร้องเพรียกว่า “พระราชบัญญัติสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ.
2550”
มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้ออกกฎตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เป็นต้นไป
มาตรา 3 ให้ละเว้นพระราชข้อกำหนดการจัดการศึกษาระดับปริญญาตรีในสถาบันบัณฑิต
พัฒนศิลป์ พ.ศ. 2541
มาตรา 4 ให้รวมยอดสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติการจัด
การศึกษาระดับปริญญาตรีในสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ. 2541 วิทยาลัยนาฏศิลป วิทยาลัย
นาฏศิลปะกาฬสินธุ์ วิทยาลัยนางละครศิลปจันทบุรี วิทยาลัยนาฏศิลปเชียงใหม่ วิทยาลัยนาฏศิลป
นครศรีธรรมราช วิทยาลัยนาฏศิลปนครราชสีมา วิทยาลัยนาฏศิลปพัทลุง วิทยาลัยนาฏศิลป
ร้อยเอ็ด วิทยาลัยนาฏศิลปลพบุรี วิทยาลัยนาฏศิลปสุโขทัย วิทยาลัยนาฏศิลปสุพรรณบุรี
วิทยาลัยนาฏศิลปอ่างทอง วิทยาลัยช่างศิลป วิทยาลัยช่างศิลป นครศรีธรรมราช และวิทยาลัย
ช่างศิลปสุพรรณบุรี มาจัดตั้งเป็นสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ตามพระราชบัญญัตินี้
สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์เป็นนิติบุคคลพร้อมด้วยเป็นส่วนราชการตามข้อบัญญัติว่าด้วยกลอุบาย
งบประมาณ ในสังกัดกระทรวงวัฒนธรรม
มาตรา 5 ณพระราชบัญญัตินี้
“สถาบัน” หมายความว่า สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์
“สภาสถาบัน” คาดกรณีว่าจ้าง สภาสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์
“สภาวิชาการ” หมายความเตือน สภาวิชาการสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์
“สภาคณาจารย์และบุคลากร” ต้องการความว่า ที่ประชุมคณาจารย์และพนักงานสถาบัน
บัณฑิตพัฒนศิลป์
“วิทยาเขต” ประสงค์ความว่า เขตการศึกษาของสถาบันที่มีหมู่ ที่ทำการ วิทยาลัย ศูนย์
เหรอส่วนราชการที่เอ่ยชื่อเรื่องอย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ ตั้งแต่สองส่วนราชการรุ่งโรจน์ไปตั้งคงไว้
ในเขตการศึกษานั้นตามที่สภาสถาบันออกกฎ
“กระทรวง” หมายคดีว่า กระทรวงขนมธรรมเนียม
“รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา 6 เพื่อประโยชน์และความพ้องในการบริหารงานปุถุชนสำหรับคณาจารย์
ข้าราชการครู และเจ้าหน้าที่ทางการศึกษาของสถาบัน ให้สภาสถาบันมีอำนาจอาชีพในการ
บริหารงานสามัญชนของสถาบันตามกฎปฏิบัติว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการ
ศึกษา งดเว้นแต่พระราชบัญญัตินี้บัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น
มาตรา 7 ให้รัฐมนตรีตักเตือนการกระทรวงวัฒนธรรมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และ
ให้มีประสิทธิภาพออกกฎกระทรวงและประกาศเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
กฎกระทรวงและประกาศนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้กำหนดจัดหามา
ส่วน 1
บททั่วไป
มาตรา 8 ให้สถาบันเป็นสถานศึกษา มีวัตถุหวังให้การศึกษาและส่งเสริมวิชาการ
ตั้งแต่ตำแหน่งขั้นแรกวิชาชีพถึงวิชาชีพชั้นสูง ด้านนาฏศิลป์ ดุริยางคศิลป์ คีตศิลป์ ช่างศิลป์ ทั่ว
แหลมทองและสากล รวมทั้งศิลปวัฒนธรรมระดับท้องถิ่นและระดับชาติ ทำการพร่ำสอน ทำการกล่าวถึง สร้าง
การวิจัยและส่งเสียบริการทางวิชาการ ตลอดจนส่งเสริม สืบสาน คิดค้น ทะนุบำรุง และเผยกำจร
ศิลปพิธีกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของชาติ และศิลปประเพณีนิยมที่หลากหลากหลายของชุมชนเล็กๆในที่
ท้องที่ คู่มือจัดแจงสอบสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์

เขตหัวข้อสอบศาลปกครอง พรบ.ข้อคดีรับผิดทางบุกรุกของเจ้าภาระ พ.ศ. 2539 โดยที่คว้ามีการตราพระราชบัญญัติ

ถ่องแถวหัวเรื่องสอบศาลปกครอง
พรบ.ความรับผิดทางล่วงล้ำของเจ้าการทำงาน พ.ศ. 2539
โดยที่ได้มีการตราพระราชบัญญัติข้อความรับผิดทางบุกรุกของเจ้าภาระ พ.ศ.
2539 ขึ้นไป และกฎหมายดังกล่าวมีหลักการเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ ซึ่ง
ปฏิรูป อยู่จากแนวทางดำเนินงานในข้อความรับผิดทางแพ่งที่ทางราชการถือปฏิบัติใน
สมัยนี้ โดยได้ปริความรับสารภาพทางขัดขืนของเจ้าหน้าที่ออกยังมีชีวิตอยู่เหตุที่เนื่องมาริจากการ
วางตนภาระ พร้อมด้วยที่ไม่ใช่การปฏิบัติหน้าที่ โดยปางมีความบรรลัยเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่
นั้น หน่วยงานของรัฐจะต้องรับภาระชดใช้ค่าเสียหายไปก่อน ส่วนเจ้าหน้าที่ของรัฐจะรับผิด
ชดใช้ค่าเสียหายต่อหน่วยงานของรัฐเพียงใดนั้น ให้ไปไล่เบี้ยต่อไปในภายหลัง โดยจะยึด
หลักการว่าจะเอื้อนเอาแก่เจ้าธุระของรัฐอย่างเดียวเนื้อความความเสียหายนั้นกำเนิดขึ้นโดยจงใจใช่ไหม
เผอเรอเลินเล่ออย่างร้ายแรงเท่านั้น นอกจากนี้ในกรณีที่เจ้าหน้าที่สรรพสิ่งรัฐจำเป็นจะต้องรับผิดชดชดใช้
ค่าเยิน ให้เจ้าการงานของรัฐสามารถผ่อนชำระค่าสินไหมทดแทนได้โดยคำนึงถึง รายได้
ฐานะ ครอบครัว และความรับผิดชอบ ข้อสอบศาลปกครอง และการปฏิบัติแห่งกรณีประกอบเหตุด้วย สำหรับความ
ไม่ทำงานสูญสิ้นที่เกิดจากการที่ไม่ใช่การปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่ของรัฐจะจงถูกฟ้องร้องคดีและชดใช้ค่า
สินไหมทดแทนเป็นการส่วนตัวโดยไม่เกี่ยวกับทางราชการ พอประมาณวางข้อบังคับกำหนด
กฎเกณฑ์การดำเนินงานเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ให้ถูกที่และ
ประสานกับพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 ชุดรัฐมนตรี
จึงมีมติให้วางระเบียบไว้ดังต่อไปนี้
,, 
,, 
ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า "กะบิลสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติ
เกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539"
ข้อ 2 ระเบียบนี้ใช้สั่งตั้งแต่วันถัดจากวันป่าวประกาศในราชกิจจนุเบกษาเป็นต้นอยู่
ข้อ 3 ถวายยกเลิก
(1) ระเบียบเรื่องรับผิดชอบของข้าราชการในทำนองคลองธรรมแพ่งซึ่งออกตามความเห็น
คณะรัฐมนตรีโดยหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ด่วน ที่ นว 155/2503 ลงวันที่ 1
ธันวาคม 2503
(2) หนังสือกระทรวงการคลัง ที่ 13582,13583 (บคร.)/2504 ลงวันที่ 24 เมษายน
(3) หนังสือกระทรวงการคลัง ที่ กค 0508/6466 ลงวันที่ 11 มีนาคม 2509
(4) หนังสือกระทรวงการคลัง ที่ กค 0508/10283 ลงวันที่ 5 เมษายน 2516
(5) หนังสือกระทรวงการคลัง ที่ กค 0508/ว.27274 ลงวันที่ 19 กรกฎาคม 2525
(6) หนังสือกระทรวงการคลัง ที่ กค 0514/21738 ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2528
(7) คู่มือกรมบัญชีกลาง ที่ กค 0514/2302 ลงวันที่ 16 เมษายน 2529
(8) หนังสือกระทรวงการคลัง ที่ กค 0514/12461 ลงวันที่ 25 มีนาคม 2530
(9) หนังสือกระทรวงการคลัง ที่ กค 0514/52333 ลงวันที่ 29 ตุลาคม 2530
(10) หนังสือกรมบัญชีกลาง ที่ กค 0514/5975 ลงวันที่ 11 พฤศจิกายน 2530
(11) หนังสือกระทรวงการคลัง ที่ กค 0514/23228 ลงวันที่ 10 พฤษภาคม 2531
(12) หนังสือกระทรวงการคลัง ที่ กค 0514/63119 ลงวันที่ 20 ธันวาคม 2531
บรรดาระเบียบ ข้อบีบ หรือมติคณะรัฐมนตรีอื่นใดในส่วนที่หมายไว้ไว้แล้วณ
ระเบียบนี้ หรือซึ่งคัดค้านหรือท้วงติงกับระเบียบนี้ให้ใช้ระเบียบนี้แทนที่
ข้อ 4 ในระเบียบนี้
"เจ้าธุระ" หมายความว่า ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง หรือผู้ปฏิบัติงานฝ่าย ข้อสอบศาลบำรุงรักษา