แถว{ข้อ|เรื่อง|หัวเรื่อง|หัวข้อ|{ประเด็น|เค้าความ|ใจความ|เนื้อหา|สาระสำคัญ|เงื่อนงำ|ปม|แง่มุม|มุม

วิถีทางหัวข้อสอบสอบนักวิชาการคลังกรมบัญชีกลางๆ
หลักข้อสอบ กฎเกณฑ์ข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551
1.พรบ.ระเบียบข้าราช การประชากร ข่าวสารใช้ในพุทธศักราชใด
ก. พุทธศักราช 2549 ข. พุทธศักราช 2550
ค. พุทธศักราช 2551 ง. พุทธศักราช 2552
กล่าวตอบ ค. พุทธศักราช 2551
พระราชบัญญัติ วิธานข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551
2.พรบ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน มีผลบังคับเอาใช้เมื่อใด
ก. 20 มกราคม พ.ศ. 2551 ข. 22 มกราคม พ.ศ. 2551
ค. 24 มกราคม พ.ศ. 2551 ง. 26 มกราคม พ.ศ. 2551
ตอบ ค. 24 มกราคม พ.ศ. 2551
,, 
,, 
ให้ไว้ ณ วันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2551
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับ จัดตั้งขึ้นแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา หมายถึง
ต้นไป (พรบ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 มาตรา 2)
3.ผู้ใดรักษาการใน พรบ.วิธานข้าราชการพลเรือน ระบินี้
ก. นายกรัฐมนตรี ข. รองนายกรัฐมนตรี
ค. ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ง. ปลัดทบวง
ตอบ ก. นายกรัฐมนตรี
แยกออกนายกรัฐมนตรีรักษาการไล่ตามพระราชบัญญัตินี้ (พรบ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.
2551 มาตรา 5)
4.ฉายาเต็มของ "ก.พ." เป็นข้อใด
ก. กรรมการข้าราชการประชาราษฎร์
ข. พวกกรรมการข้า แนวข้อสอบกรมบัญชีกลางราชการฝ่ายพลเรือน
ค. พวกกรรมการข้าราชการข้าราชการ
ง. กรรมการข้าราชการฝ่ายพลเรือน
ตอบ ค. คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน
ให้มีคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนพวกหนึ่ง เรียกโดยย่อว่า “ก.พ.” (พรบ.ระเบียบ
ข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 มาตรา 6)
5.ผู้ใดมีชีวิตประธานในพวกกรรมการข้าราชการพลเมือง
ก. นายกรัฐมนตรี ข. คณะรัฐมนตรี
ค. ปลัดกระทรวงการคลัง ง. ผู้อำนวยการสำนักงบเดา
ตอบ ก. นายกรัฐมนตรี
“ก.พ.”ประกอบเช่นกันนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายงาน คือ
ประธานปลัดกระทรวงการคลัง (พรบ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 มาตรา 6)
6.ข้อใดไม่ใช่กรรมการโดยตำแหน่งในคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน
ก. ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ
ข. เลขาธิการทีมกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจพร้อมทั้งสังคมแห่งชาติ
ค. ปลัดกระทรวงการคลัง
ง. ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
ตอบ ง. ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
“ก.พ.”ประกอบด้วยนายกรัฐมนตรีไม่ก็รองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายงาน ดำรงฐานะ
ประธานปลัดกระทรวงการคลัง ผู้เอื้ออำนวยการสำนักงบประมาณ ด้วยกันเลขาธิการทีมกรรมการ
พัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ เป็นกรรมการโดยขั้น (พรบ.ระเบียบข้าราชการพล
เรือน พ.ศ.2551 มาตรา 6)
7.กรรมการซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าตั้งแต่งจากผู้ทรงคุณวุฒินั้น จะต้องเป็นมนุษย์ที่มี
ความศักยในแบบใด
ก. ด้านการบริหารงานทรัพยากรบุคคล ข. ด้านการดูแลพร้อมทั้งการดำเนินการ
ค. ด้านกฎหมาย ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ ง. ถูกทุกข้อ
กรรมการซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้ง ขนมจากผู้ทรงคุณวุฒิด้านการปกครอง
ทรัพยากรบุคคล ด้านการบริหารและการจัดการ และด้านกฎหมาย ซึ่งมีผลชิ้นงานทั้งเป็นที่
ประจักษ์ในความสามารถมาแล้ว และเป็นผู้ที่ได้รับการสรรหาตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และประเด็น
ที่หมายไว้ในกฎ ก.พ. จำนวนไม่น้อยกว่าห้าคน แต่ไม่เกินเจ็ดคน และให้เลขาธิการ ก.พ. เป็น
กรรมการและเลขานุการ (พรบ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 มาตรา 6)
8.คณะกรรมการขนมจากข้อข้างต้นตรงนั้น จะมีตำแหน่งอยู่ในวาระคราวละกี่ปี
ก. 2 ปี ข. 3 ปี
ค. 4 ปี ง. 5 ปี
ตอบ ข. 3 ปี
กรรมการซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ยกขึ้นให้อยู่ในตำแหน่งได้คราวละสามปี ถ้า
ตำแหน่งกรรมการว่างลงเก่าลิขิตและยังมีกรรมการดังรายงานเหลืออยู่อีกไม่น้อยกว่าสามคน ให้
กรรมการที่เหลือดำเนินตนการงานสร้างไปได้ (พรบ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 มาตรา 7)
9.พอระดับกรรมการว่างลงนั้น ทำได้จะไม่แต่งตั้งกรรมการแทนก็ได้ ในกรณีที่วาระของ
กรรมการเกินไม่ถึงกี่ทิวา
ก. 30 วัน ข. 60 วัน
ค. 90 วัน ง. 180 วัน
ตอบ ง. 180 วัน
ครั้งตำแหน่งกรรมการว่างลงก่อนชี้เฉพาะให้ดำเนินการแต่งตั้งกรรมการสนองภายแห่ง
ชี้เฉพาะ สามสิบวัน ละลดแต่วาระของกรรมการหลงเหลือไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวันจะไม่ตั้งแต่ง
กรรมการแทนก็ได้ ผู้ซึ่งได้รับตั้งเป็นกรรมการแทนนั้นให้อยู่ในตำแหน่งได้เหมือนเท่า
กำหนดเวลาของผู้ซึ่งตนแทน (พรบ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 มาตรา 7)
10.ข้อใดมิใช่เดชภาระของ กพ.
ก. ปันออกข้อความชมชอบ เบ้าอำตรากำลังของส่วนราชการ
ข. ออกกฎ ก.พ.
ค. จดอัตราค่าประเพณีนิยมในการดำเนินงานการเกี่ยวกับการดูแลทรัพยากรบุคคล
ง. วินิจการเกลี่ยอัตราศักดิ์ระหว่างส่วนราชการต่างๆ ภายในกระทรวง
ตอบ ง. พิจารณาการเกลี่ยอัตราความแข็งแรงระหว่างส่วนราชการต่างๆ ภายในกระทรวง
การวิเคราะห์การเกลี่ยอัตรากำลังระหว่างส่วนราชการต่างๆ ภายในกระทรวงเป็นพลัง
ธุระของ อ.ก.พ.กระทรวง (พรบ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551มาตรา 16)
ราวข้อสอบสอบนักวิชาการคลังกรมบัญชีตอนกลาง
 

ทิวข้อสอบตรวจเงินอาณาจักร

ขบวนข้อข้อสอบตรวจเงินอาณาจักร
ข้อแม้นิรุกติ
เงื่อนไขภาษา หมายถึง 
ข้อจำกัดที่โจทย์ให้มาอาจจะเป็นภาษาล้วนๆ ไม่ใช่หรือเป็นตัวเลข
เข้ามาริเกี่ยวดองด้วยก็ได้ ด้วยกันให้ผู้เข้าสอบพิจารณาข้อมูลจากข้อระบุว่าถูกต้องหรือไม่จาก
ข้อจำกัดที่ให้มาปีกต้นเงิน
ตัวอย่างประเด็นภารดี
คำสั่ง คำตั้งคำถามในแม้กระนั้นละข้อมีข้อสรุปที่ 1 และข้อสรุปที่ 2 ให้นึกคิดข้อสรุปดังรับสั่ง
โดยอาศัยเงื่อนไขจากที่โจทย์กำหนดให้มา 
ข้อสอบตรวจเงินแผ่นดิน และให้ตอบดังนี้
ตอบ 1 ถ้ามีข้อสรุปเป็นจริงทั้งสองข้อ
ตอบ 2 ถ้ามีข้อสรุปไม่เป็นจริงทั้งสองข้อ
ตอบ 3 ถ้าข้อกล่าวสรุปทั้งสองหัวเรื่องไม่เป็นได้สรุปได้ไม่เปลี่ยนแปลงเด่นชัดว่าเป็นจริงหรือไม่ตาม
เงื่อนไขที่ให้มา
,, 
,, 
ตอบ 4 ถ้าข้อโดยสังเขปทั้งสองข้อ สรุปได้ไม่ตรงกัน
เงื่อนไขที่ 1
- สุรัตน์ พรศรี พร้อมกับชม้อย เป็นเพื่อนพ้องเข้าร่วมห้องกัน
- คนทั้งสามคน มีอาชีพ กีฬา 
ดาราที่เบิกบานต้องใจและเจ็บป่วยไข้ได้ป่วยไม่เยี่ยงกัน
- ดาราที่ชื่นชมยินดีและอาชีพของแต่ละคนจะมีพยัญชนะหน้าเหมือนกับพยัญขวิดะตัว
หน้าของชื่อเรื่องของเขา
- ดาราที่ไศลติดใจคือ สกาวใจ พัชราภา และ ชลลดา
- อาชีพของเขาคือ สถาปนิก พิมพ์งาน ชาวสวน
- อาการป่วยป่วยของพวกเขาคือ ปวดหัว ปวดมีท้อง กระเพาะ
- กีฬาที่เขาชอบคือ ว่ายน้ำ เทนนิส ปิงปอง
- ชม้อยเป็นโรคกระเพาะและชอบเล่นปิงปอง
ข้อ 1 ข้อสรุปที่ 1 สุรัตน์ มีอากัปกิริยาปวดหัว
ข้อสรุปที่ 2 สุรัตน์เล่นกีฬาว่ายน้ำ
ข้อ 2 ข้อสรุปที่ 1 พรศรี ชอบดาราเหมือนชม้อย
ข้อสรุปที่ 2 สุรัตน์เล่นกีฬาเทนนิส
ข้อ 3 ข้อสรุปที่ 1 สุรัตน์ชอบเล่นกีฬาว่ายน้ำและมีหน้าที่ยังไม่ตายสถาปนิก
ข้อสรุปที่ 2 ชม้อยพอใจดาราชลลดา
ข้อ 4 ข้อสรุปที่ 1 พรศรี มีอาชีพพิมพ์งาน
ข้อสรุปที่ 2 พรศรี ชอบดาราชื่นชอบมากคือ พัชราภา
ข้อ 5 ข้อสรุปที่ 1 ชม้อยเป็นชาวสวนแต่ก็มีโรคติดตัวถือเอาว่าเป็นความเจ็บไข้กระเพาะ
ข้อสรุปที่ 2 สุรัตน์โปรดปรานสกาวใจดาษดื่น
เงื่อนไขที่ 2
- นางเอไม่กินเหล้า
- นางอนุเพราะด้วยนางชม้อยเป็นชาวนา
- เพื่อนของนางชม้อยทุกคนกินเหล้า
- นางแดงเพื่อนของนางชม้อยเป็นครู
- นางชม้อยเป็นแม่ศรีเรือน
ข้อ 6 ข้อสรุปที่ 1 นางเอดื่มเหล้า
ข้อสรุปที่ 2 นางอนุดื่มเหล้า
ข้อ 7 ข้อสรุปที่ 1 นางน้อยเป็นชาวนา
ข้อสรุปที่ 2 นางแดงถึงแม้จะเป็นครูก็ยังดื่มเหล้า
ข้อ 8 ข้อสรุปที่ 1 นางชม้อยเป็นเพื่อนเกลอกับนางเอ
ข้อสรุปที่ 2 นางเอดื่มเหล้าเช่นว่าเดียวกับนางแดง
ข้อ 9 ข้อสรุปที่ 1 ครูดื่มเหล้า
ข้อสรุปที่ 2 แม่บ้านช่องห้องหับดื่มเหล้า
ข้อ 10 ข้อสรุปที่ 1 นางเอไม่ได้เป็นเพื่อนฝูงกับนางชม้อย
ข้อสรุปที่ 2 นางเพ็จเป็นชาวนา
เงื่อนไขที่ 3
- คนใต้ผิวดำ
- คนทิศอุดรผิวขาว
- คนอีกสานผิวเหลือง
- คนดำทุกคนเล่นฟุตบอล
- คนผิวขาวทุกคนกินข้าวขี้เหนียว
- คนดำสวย
- คนอีสานเป็นกระ
ข้อ 11 ข้อสรุปที่ 1 คนใต้คือคนสวยทุกสิ่งมีชีวิต
ข้อสรุปที่ 2 คนใต้กินข้าวเหนียว
ข้อ 12 ข้อสรุปที่ 1 คนอีสานกินข้าวหนืด
ข้อสรุปที่ 2 คนอีสานเป็นกระ
ข้อ 13 ข้อสรุปที่ 1 คนเหนือกินข้าวเหนียวทุกคน
ข้อสรุปที่ 2 คนเหนือบางคนไม่เกินข้าวเหนียว
ข้อ 14 ข้อสรุปที่ 1 คนที่เล่นฟุตบอลทุกคนผิวดำ
ข้อสรุปที่ 2 คนที่เป็นกระทุกคนคือคนอีสาน
ข้อ 15 ข้อสรุปที่ 1 คนใต้และคนอีสานบางคนเป็นกระ
ข้อสรุปที่ 2 คนเหนือ คนใต้ และคนอีสานชอบกินข้าวเหนียว
เงื่อนไขที่ 4
- ทุกคนครอบครองเพื่อนฝูงกัน
- นายเอไม่เล่นฟุตบอล
- นายบีเล่นฟุตบอล
- นายซีเป็นอาจารย์
- ภรรยานายซีไม่เล่นฟุตบอล
- ญาติของนายซีเล่นฟุตบอลทุกคน
- นายบีเป็นเพื่อนกับนายดี
- นายดีเป็นญาติของนายซี พร้อมทั้งเป็นภารโรง
- นายอีเป็นสหายนายดี
- นายเอฟเป็นญาตินายซีด้วยกันเป็นชาวนา
ข้อ 16 ข้อสรุปที่ 1 ทุกคนเล่นฟุตบอลยกเว้นภรรยานายซี
ข้อสรุปที่ 2 นายดีเป็นภารโรงและเล่นฟุตบอล
ข้อ 17 ข้อสรุปที่ 1 นายเอฟและนายเอเล่นฟุตบอล
ข้อสรุปที่ 2 นายซีเป็นอาจารย์และเล่นฟุตบอล
ข้อ 18 ข้อสรุปที่ 1 นายบีและนายดีเล่นฟุตบอล
ข้อสรุปที่ 2 นายซีและญาติๆ เล่นฟุตบอลทุกคน
ข้อ 19 ข้อสรุปที่ 1 ภรรยานายซีเป็นแม่บ้านที่เล่นฟุตบอล
ข้อสรุปที่ 2 เอกับบีเป็นเกลอกัน
ข้อ 20 ข้อสรุปที่ 1 นายเอเล่นฟุตบอลแต่ก็เป็นเพื่อนกับผู้ตามนายซี
ข้อสรุปที่ 2 นายซีเล่นฟุตบอล
เงื่อนไขที่ 5
- ทุกคนที่สอบใส่เป็นข้าราชการ ต้องผ่านภาค ก. ใครก็ตาม
- คนที่สอบบรรจุได้จบปริญญาตรี
- คนที่จบปริญญาตรีทุกขามีความอุตสาหะ
- คนที่สอบข้าราชการทุกคนสัมผัสอ่านคัมภีร์
- สมศรีเป็นข้าราชการ
- เพื่อนสมศรีทุกคนมีความมานะพยายาม
- สมทรงเป็นเพื่อนสมศรีเป็นตำรวจอยู่แนวเขต
- กิตติศักดิ์คือเพื่อนสมทรงสอบข้าราชการจัดหามา
- พงศ์พันธุ์ของสมศรีทุกผู้มีชีวิตเป็นชาวนา
- ชาวนาทุกผู้ทุกนามไม่ได้เรียนจดหมาย
- ชาวนาทุกคนทำงานฉลองอยู่ต่างจังหวัด
- ลำยองเป็นญาติสมศรีทำธุระอยู่ต่างจังหวัด
ข้อ 21 ข้อสรุปที่ 1 ลำยองอ่านจดหมาย
ข้อสรุปที่ 2 ลำยองเป็นชาวนา
ข้อ 22 ข้อสรุปที่ 1 สมศรีอ่านหนังสือ
ข้อสรุปที่ 2 สมศรีมีความพยายาม
ข้อ 23 ข้อสรุปที่ 1 ข้าราชการใครๆ จำต้องจบปริญญาตรี มีความวิริยะ
และอ่านหนังสือ
ข้อสรุปที่ 2 กิตติศักดิ์อยู่
ข้อ 24 ข้อสรุปที่ 1 สมทรงอยู่ต่างจังหวัดและจบปริญญาตรี
ข้อสรุปที่ 2 สมทรงจบปริญญาตรี
ข้อ 25 ข้อสรุปที่ 1 สมศรี สมทรงและกิตติศักดิ์สอบผ่านภาค ก.
ข้อสรุปที่ 2 ลำยองมีความพยายาม
ข้อ 26 ข้อสรุปที่ 1 ชาวนาบางคนจบปริญญาตรี
ข้อสรุปที่ 2 ชาวนาบางคนอยู่ในกรุงเทพ
ข้อ 27 ข้อสรุปที่ 1 สมศรีอ่านหนังสือ
ข้อสรุปที่ 2 สมทรงอ่านคัมภีร์
ข้อ 28 ข้อสรุปที่ 1 กิตติศักดิ์สอบภาค ก. ไม่ผ่าน
ข้อสรุปที่ 2 ลำลองสอบภาค ก. ไม่ผ่าน
เงื่อนไขที่ 6
- นกทุกตัวกินเสมอ
- สัตว์ที่เหาะได้จะกินประจำ
- เสียงทองเป็นนก
- กินบ่อยทำให้ถ่ายประจำ
- นกเป็นสัตว์สองเท้า
- นางแดงถ่ายบ่อย
- แก้วเป็นสัตว์ฝาแฝดเท้า
ข้อ 29 ข้อสรุปที่ 1 เสียงทองกินบ่อย
ข้อสรุปที่ 2 นางแดงกินเป็นประจำ
ข้อ 30 ข้อสรุปที่ 1 แก้วบินได้
ข้อสรุปที่ 2 นางแดงเป็นนก
ข้อ 31 ข้อสรุปที่ 1 นกทุกตัวถ่ายเป็นประจำ
ข้อสรุปที่ 2 แก้วถ่ายบ่อย
ข้อ 32 ข้อสรุปที่ 1 แก้วไม่ใช่สกุนต์
ข้อสรุปที่ 2 นกบางตัวไม่ค่อยกิน
ข้อ 33 ข้อสรุปที่ 1 นกบางตัวไม่ค่อยโยกย้าย
ข้อสรุปที่ 2 นกบางตัวไม่ใช่สัตว์สองเท้า
ข้อ 34 ข้อสรุปที่ 1 แก้วกินบ่อย
ข้อสรุปที่ 2 นางแดงเป็นสัตว์สองเท้า
ข้อ 35 ข้อสรุปที่ 1 นางแดงเป็นนก
ข้อสรุปที่ 2 นางแดงไม่ใช่สัตว์สองเท้า
เงื่อนไขที่ 7
- สมทรงมีอาชีวะทั้งเป็นแรงงาน
- สมศรีเป็นเพื่อนฝูงสมใจ
- ถวิลทำงานเป็นชาวประโมง
- ถาวรไม่มีมิตรสหายเป็นกรรมกร
- ทุกคนที่ทำงานเป็นกรรมกรเป็นเพื่อนสาใจ
- สุดใจทำงานเป็นชาวสวนกลับ
ข้อ 36 ข้อสรุปที่ 1 สมใจเป็นเพื่อนคิด
ข้อสรุปที่ 2 สมศรีไม่มีเพื่อนเป็นชาวสวน
ข้อ 37 ข้อสรุปที่ 1 ถาวรสดเพื่อนกับสมศรี
ข้อสรุปที่ 2 ถวิลมีเพื่อนเกลอทำงานเป็นกรรมกร
ข้อ 38 ข้อสรุปที่ 1 สมศรีปฏิบัติราชการเป็นกรรมกร
ข้อสรุปที่ 2 ถวิลเป็นเสี่ยวถาวร
ข้อ 39 ข้อสรุปที่ 1 สุดใจเป็นเพื่อนถวิล
ข้อสรุปที่ 2 สมทรงเป็นเพื่อนกับพอใจ
ข้อ 40 ข้อสรุปที่ 1 สมทรงเป็นเพื่อนสมใจ
ข้อสรุปที่ 2 สมทรงไม่ใช่เพื่อนถาวร
ข้อ 41 ข้อสรุปที่ 1 สมศรีมีสหายเป็นชาวสวน
ข้อสรุปที่ 2 ถวิลไม่เป็นเพื่อนสมทรง
ข้อ 42 ข้อสรุปที่ 1 เพื่อนถาวรบางคนเป็นชาวสวนตอบ
ข้อสรุปที่ 2 ทุกคนที่ปฏิบัติงานเป็นชาวสวนเป็นเพื่อนถาวร
ข้อ 43 ข้อสรุปที่ 1 สมทรงคือเพื่อนฝูงของเก่าแก่
ข้อสรุปที่ 2 สมทรงไม่เป็นเพื่อนของสมใจอยาก
ข้อ 44 ข้อสรุปที่ 1 สุดใจเป็นเพื่อนของสมศรี
ข้อสรุปที่ 2 สมศรีทำงานเป็นชาวสวน
ข้อ 45 ข้อสรุปที่ 1 คนที่ทำงานเป็นชาวสวนทุกคนเป็นเพื่อนกับสุดใจ
ข้อสรุปที่ 2 สุดใจไม่เป็นชาวสวน
เงื่อนไขที่ 8
- แดงเป็นภรรยาของดำ
- เขียวชอบปดโป้
- สามีของชมพู่ชื่อขาว
- ขาวพูดแต่เหตุจริง
- ดำพูดโกหกบ้างมุสาบ้าง
- มีคนพูดว่า “หมากัดเด็ก” แต่จริงๆ ไม่ใช่เช่นนั้น
- ฟ้าและเหลืองชอบขนมจีน
- เพื่อนชายของผมชื่อนภา
- แฟนสิ่งผมไม่ชอบขนมจีน
ข้อ 46 ข้อสรุปที่ 1 เขียวพูดว่า “สุวานกัดเด็ก”
ข้อสรุปที่ 2 ภรรยาของดำชอบขนมจีน
ข้อ 47 ข้อสรุปที่ 1 ฟ้าเป็นแฟนของเขียว
ข้อสรุปที่ 2 ขาวไม่ใช่คนที่พูดว่า “หมากัดเด็ก”
ข้อ 48 ข้อสรุปที่ 1 ดำเป็นคนพูดว่า แฟนชองผมชื่อฟ้า
ข้อสรุปที่ 2 แดงเป็นคนโกหก
ข้อ 49 ข้อสรุปที่ 1 สามีของชมพู่ทั้งเป็นคนพูดว่า “หมากัดเด็ก”
ข้อสรุปที่ 2 แฟนของเขียวมิชอบขนมจีน
ข้อ 50 ข้อสรุปที่ 1 ดำยังมีชีวิตอยู่คนพูดว่า “หมากัดเด็ก”
ข้อสรุปที่อยู่ 2 แฟนของเขียวไม่ชอบขนมจีน
ข้อ 51 ข้อสรุปที่ 1 ฟ้าพูดว่า “หมากัดเด็ก”
ข้อสรุปที่ 2 เขียวเป็นแฟนของเหลือง
เงื่อนที่ 9
- นกไม่สูบยาสูบ
- ญาติของตุ๊กทุกคนสูบบุหรี่
- ตุ๊กไม่ได้เป็นอัยการความ
- ส้มโอญาติของตุ๊กเป็นทนายความ
- แก้วเป็นญาติของตุ๊กเป็นตำรวจทรงไว้ในค่าย ตชด.
ข้อ 52 ข้อสรุปที่ 1 แก้วสูบบุหรี่
ข้อสรุปที่ 2 แก้วไม่ได้เป็นทนายความแนวข้อสอบตรวจเงินธรณี
 

คู่มือเตรียมตัวสอบนักจัดการงานทั่วกันไปพิจิต{เงิน|สตางค์|เบี้ย|อัฐ|เงินก้อน|เงินตรา|เงินทอง|

คู่แขนการเปลืองจัดเตรียมสอบนักจัดการงานรวมหมดไปตรวจเงินก้อนเมทนีดล
ความฉลาดรวมหมดไปเกี่ยวกับสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน
 ประวัติการตรวจสินทรัพย์ชาติสยาม
ในวันพุธขึ้น 9 ค่ำ เดือน 5 จุลศักราช 1237 ซึ่งตรงกับวันที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2418
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาช่วยเกล้าฯประทานตรา
"พระราชบัญญัติสำหรับกรมพระคลังมหาสินทรัพย์แลว่าด้วยกรมต่างๆ ซึ่งจะจ่ายเงินส่ง
เงิน" อันถือเป็นต้นกำเนิด ของการตรวจเงินแผ่นดินในประเทศไทย ดังปรากฏในหมวดมาตราที่
8 ว่าด้วยออฟฟิชหลวงในพระบรมมหาราชวังที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า "ออดิตออฟฟิช" ข้อ 1
จดให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงแต่งตั้งเจ้าเจ้าหน้าที่ใหญ่ที่อังกฤษเรียกว่า ออดิ
เตอเยเนอราล บุคลากรเพราะด้วยว่าสำรวจบาญชีแลสิ่งเครื่องใช้ ซึ่งเป็นรายขึ้นในแผ่นดินทุกๆ รายและจะ
ทรงตั้งเจ้าพนักงานรองที่อังกฤษเรียกว่า ดีปุตีออดิเตอเยเนอราล อีกนายหนึ่งด้วยว่าจะได้ว่า
การแทน เมื่อเวลาเจ้าพนักงานใหญ่ผู้ตรวจไม่อยู่ แลจะได้ช่วยการตามแต่เจ้าพนักงานใหญ่
ผู้พิจารณาจะให้เอาใจช่วยในเพลาทันทีที่เจ้าผู้ปฏิบัติงานใหญ่ผู้ตรวจอยู่ ฯ
,, 
,,
การตั้งขึ้นออฟฟิชหลวงในขณะนั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเกรง
ว่าจะติดตั้งไม่เป็นผล จึ่งรับภาระส่วนการเลือกคัดบัญชีต่างกระทรวงมาทรงทำเอง ขึ้นในพระรา
พิศณเทียรสถานใกล้ที่เสด็จประทับ ต่อจากนั้นทรงเลือกสรรผู้ช่วยพระราชการัณย์ซึ่งทรงรับไปนั้นได้ กรม
พระนเรศวรฤทธิ์ ซึ่งเพิ่งทรงเล่าเรียนสำเร็จพระองค์หนึ่งโปรดให้เป็นหัวหน้าพนักงานออฟฟิ
ชมาแต่แรกตั้ง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จลงทรงทำการที่ออฟฟิชนั้นประจำวัน
การก็ง่ายสูงอายุพระราชธุระตลอดไปจนถึงราชการอื่น
การตรวจเงินแผ่นดินไทยสมัยรัชกาลที่ 6 ตั้งแต่ปี พ.ศ.2453 ถึง พ.ศ. 2458 ยังคงมี
รูปแบบเหมือนปลายสมัยรัชกาลที่ 5 จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2458 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า
เจ้าอยู่หัวได้ทรงรื้อฟื้นเรื่องการจัดตั้งกรมที่ จะตรวจบัญชีและการเงินแผ่นดินขึ้นมาอีก
เกี่ยวจากทรงเห็นว่ารายๆได้พร้อมด้วยรายจ่ายของแผ่นดินมีหงำขึ้นจำเป็นต้องตรวจตรา การรับกำจัด
กับรักษาเงินให้รัดกุมยิ่งขึ้นกว่าแต่ก่อน จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งกรมตรวจเงิน
ที่ดินขั้นในสังกัดกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ เมื่อวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2458 ด้วยกันทรง
พระกรุณาโปรดเกล้าให้นายอีฟลอริโอ เป็นอธิบดีกรมสืบสวนเงินแผ่นดินคนแต่เดิม
เพราะที่กรมสืบสวนเงินเมทนีดลกับกรมบัญชีกลางมีความเชื่อมโยงพันกันอยู่ตลอดเวลา เพราะมี
พันธะจรดกันกันอย่างมาก พระบาทสมเด็จ คู่มือเตรียมสอบนักจัดการงานทั่วไปสตง.พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงมีพระบรมราชโองการ
ให้สมทบกรมตรวจ เงินแผ่นดินเข้ากับกรมบัญชีกลางเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2469 เพราะว่ามี
เจ้าพระยาโกมารกุลมนตรีเป็นอธิบดีกรมบาญชีกลางเป็นผู้ควบคุมกรมตรวจ เงินก้อนวัฏสงสาร กิจ. งาน
ในการสอบทานถูกแบ่งปันออกลูกเป็น 3 แผนก กับอีก 1 ส่วน ได้แก่ แผนกพลเรือนสามัญกองรัฐ
พาณิช แผนกราชการทหาร กับส่วนเขต
จนถึงที่สุด เมื่อปี พ.ศ. 2475 หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบบประชาธิป ไตย
เพราะว่ามีพระมหากษัตริย์ยังไม่ตาย ประมุข คณะกรรมการราษฎรสังเกตว่าการตรวจเงินแผ่นดินสังกัดชูไว้
ในกรมบัญชีกลางๆ กระทรวงพระคลังมหาเงิน การสำรวจตราทั้งหมดจนการแสดงกระแสความพบ
สำหรับผลแห่งการตรวจย่อมไม่เป็นไปโดยอิสระ มีคุณค่าจะเปลี่ยนมือกรมตรวจเงินแผ่นดินมาขึ้นบัดกรี
หมู่กรรมการราษฎร พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้มี
ประกาศโอนกรมตรวจเงินแผ่นดินไปขึ้นต่อคณะ กรรมการราษฎร เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ.
2475 โดยมีพระยานรนารถภักดี สดผู้ช่วยอธิบดีด้วยกันหลวงดำริอิศรานุวรรต เป็นผู้ทำการตอบสนอง
อธิบดีกรมตรวจเงินผืนโลกอยู่จนถึงโสมพฤศจิกายน พ.ศ. 2476
ในปี พ.ศ. 2476 รัฐบาลเห็นสมควรให้การตรวจค้นตราทรัพย์ของปถวีเป็นที่เชื่อนับถือ
ไม้ใกล้ฝั่งประชาราษฎรมากขึ้น จึงตราพระราชบัญญัติว่าด้วยคณะกรรมการตรวจค้นเงินพื้นแผ่นดิน พ.ศ.
2476 จัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินขึ้นแทนกรมตรวจเงินแผ่นดินตราบวันที่ 9
ธันวาคม พ.ศ. 2476 มีระดับเทียบเท่ากรม ขึ้นกับสำนักนายกรัฐมนตรี เพราะว่าหลวงดำริอิศรา
นุวรรต คงอยู่อัตราประธานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินเป็นคนแต่เดิม
ประสานมาในปี พ.ศ. 2515 ได้มีการปรับปรุงระเบียบการดูแลผืนโลกใหม่ตามข่าวสาร
คณะปฏิวัติ ฉบับที่ 216 กำหนดให้สำนักงานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินเห็นส่วนราชการมี
ฐานะเป็นกรม ไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีแต่ให้อยู่ในบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี การ
ตรวจเงินแผ่นดินระหว่างปี พ.ศ. 2475-2522 มีการจัดองค์กรการเข้าทำงานโดยระเบียบ
คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินซึ่งประกอบเพื่อ ประธาน เลขาธิการ และกรรมการ ประธาน
คณะกรรมการตรวจเบี้ยพื้นที่เป็นขั้นเทียบเท่าอธิบดี เลขาธิการเทียบเคียงเท่าเทียมรองอธิบดีดำรงฐานะ
ข้าราชการชั้นพิเศษ เหล่ากรรมการเป็นข้าราชการสภาพเอกระดับหัวหน้าพวก
ต่อมาได้รับหมายประกาศใช้พระราชบัญญติการตรวจเงินไผท พ . ศ . 2522 โดยมีสาระสำคัญ
เพื่อที่จะให้มีการตรวจสอบการรับจ่ายเก็บรักษาเงินและทรัพย์สิน ของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ
เป็นไปโดยถูกต้องกับงดงามมีสมรรถนะ ตามพระราชบัญญติฉบับนี้ นอกจากปรับแลก
โครงสร้างของสถาบัน ตรวจเงินแผ่นดินดำเนินแผนกกรรมการมาเป็นรูปต้นฉบับที่มีผู้อำนวยการ
สำนักงานฯ เป็นผู้รับผิดควรงานของสำนักงานตรวจเงินไผทพางผู้เดียวแล้วยังเพิ่ม
บทบาทการตรวจสอบ โดยให้สำนักงานตรวจเงินธาตรีมีอำนาจศักดิ์สิทธิ์หน้าที่ ตรวจสอบแม้
ประสิทธิภาพ ประสิทธิผลและความประหยัดของการใช้จ่าย เงินงบประมาณและสำรวจการ
จัดเก็บภาษีอากร ซึ่งเป็นการพัฒนา บทบาทสิ่งสถาบันตรวจเงินพื้นแผ่นดินของไทยให้สอดคล้อง
กับปฏิญญา สากลว่าคู่มือเตรียมสอบนักจัดการงานทั่วไปตรวจเงินภพ

หนังสือเตรียมสอบการเงินและบัญชีสนง.ปลัดกระทรวงยุติธรรม

คู่มือจัดเตรียมสอบการเงินและบัญชีสนง.ปลัดกระทรวงเที่ยงธรรม
วิวัฒที่นาการกล้ารายได้
ในสมัยโบราณนั้นมุ่งเน้นทางด้านความเสถียรของแว่นแคว้น ก็จะใช้แจกจ่ายเดิน
ทางทิศาการผู้กล้า ซึ่งก็จะไม่มีภาระให้มากนัก รายได้หรือแหล่งที่มาของใช้เงินก็ได้มาขนมจาก
การใช้วิธีกะเกณฑ์ผู้ใช้แรงงาน การบังคับเอาทรัพย์สินหมายความว่าบางครั้งบางคราวเท่าที่จำสด ถ้าสมมต
มีขุนนางใช่ไหมข้าราชการก็จักมีการให้ที่ดินเป็นทรัพย์สินสับเปลี่ยนการจ่ายเงินเดือน สัมพันธ์จากเจ้าผู้
ครองนครมีทรัพย์สินเป็นโควตามาก และในช่วงสงครามก็มีการกะเกณฑ์ไพร่พลพร้อมทั้ง
ทรัพย์สินจากเมืองที่แพ้สงครามมาเป็นของรัฐ ดังนั้นรายได้ที่ได้ยอมรับในสมัยโบราณก็ได้รับมาจาก
ทรัพย์สินของเจ้าผู้ครองนครนั่นเอง
เมื่อเริ่มสมัยปฏิวัติอุตสาหกรรม ภาระหน้าที่ของรัฐไม่ได้อยู่ในรูปของการ
ปกครองแต่เพียงอย่างเดียว คู่มือเตรียมสอบนักวิชาการเงินปลัดกระทรวงยุติธรรม แต่รัฐบาลเริ่มมีหน้าที่หนทางไม่อายต่างๆ มากรุ่งโรจน์ เช่น ภาระหน้าที่ในการ
แบ่งสรรรายได้ให้ถือชาตะความเป็นธรรมแก่ประชาชน หน้าที่ในการแบ่งสรรทรัพยากร หมายถึงต้น
ดังนั้นเมื่อมีความจำเป็นต้องใช้จ่ายมากขึ้นถ้าจะต้องอาศัยรายได้จากเจ้าผู้ครองนครเพียง
อย่างเดียวก็ไม่เพียงพอ จึงมีการเปลี่ยนรูปแบบมาเป็นการจัดเก็บภาษีซึ่งในสมัยนั้นภาษีที่
จัดเก็บหลัก ๆ คือ ภาษีทรัพย์สิน (ที่ดิน) ต่อมารายได้จากภาษีที่ดินไม่เพียงเพียงพอก็มีการ
จัดเก็บภาษีเงินได้ ภาษีการค้า ภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็นไม้
,, 
,,
ดังนั้นในสมัยยุคปัจจุบันแหล่งรายได้ที่สำคัญ ตกว่า รายได้จากภาษีอากร แบบ
ทางด้านรายจ่ายก็ใช้จ่ายในด้านเศรษฐกิจเข้าผู้เข้าคน
นอกจากนี้การที่รัฐบาลมีภาระต่าง ๆ มากขึ้นนี้ ทำให้ในบางครั้งรายได้ที่ได้รับ
เข้ามาไม่เพียงพอ รัฐบาลก็จะใช้การกู้ยืมเป็นบางครั้งบางคราว เนื่องจากรัฐบาลต้องการที่จะ
ยกระดับมาตรฐานการครองชีพของประชาชน แก้ปัญหาทางเศรษฐกิจกระตุ้นให้คนมีงานทำ
กระตุ้นให้เกิดการอุปโภคบริโภค จึงมีการกู้ยืมมาเพื่อใช้จ่ายในสิ่งเหล่านี้
วิวัฒนาการด้านรายจ่ายเริ่มจากรายจ่ายด้านการปกครอง รายจ่ายด้าน
เศรษฐกิจ รายจ่ายด้านสวัสดิการ ส่วนวิวัฒนาการด้านรายได้เริ่มมาจากการค้าขายของรัฐ
การเก็บภาษี การกู้ยืม
ความเป็นมาของการคลังในแดนไทย
พักแรกผู้ปกครองประเทศยังไม่มีแหล่งรายได้มากนัก ด้วยเหตุว่าการดำเนินงาน
สมัยดั้งเดิมใช้วิธีเกณฑ์แรงงาน และทรัพย์สินจากราษฎรมาช่วยงานของรัฐ รายได้ส่วนเลิศ
มาจากการให้เช่าของหลวงด้วยกันการรัฐพาณิชย์ รองลงมาเป็นรายได้จากการสงคราม อาทิเช่น
ทรัพย์สินที่ยึดได้ รวมทั้งเครื่องบรรณาการที่เมืองประเทศราชจำเป็นส่งให้
สมัยสุโขทัยไม่มีการจัดเก็บภาษีอากรแต่กลับแผนกใด
การคลังรัฐบาลเริ่มมีระเบียบแบบแผนในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราช
ธานี ซึ่งตรงกับรัชสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ทรงจัดตั้งจตุสดมภ์ 4 มีขุนเวียงเป็น
นครบาล, ขุนวังเป็นพระธรรมาธิการ,  ขุนคลังเป็นพระโกษาธิบดี, ขุนนาเป็นเกษตราธิการ
ในรัชสมัยสมเด็จพระเอกาทศรถทรงโปรดให้ตั้ง “ส่วนเป็นสัดพัฒนากรขนอน
ตลาด” ซึ่งแบ่งแยกออกเป็น 3 อย่าง คือ
ส่วย มาทิ้งคำว่า “โบ๊ยส่วย” ประสงค์ถึง สิ่งของที่บุคคลต้องส่งให้แก่รัฐตอบสนอง
การใช้แรงงานกับส่วนที่เป็นเครื่องบรรณาการที่รัฐราชต้องส่งให้ ต่อมาสมัยกรุง
รัตนโกสินทร์ ผันมาเป็น “เงินรัชชูปการ” ซึ่งรัฐเรียกเก็บจากชายฉกรรจ์ เป็นรายหัวใน
อัตราคนละ 6 บาทประสานรอยปี
อากรขนอน เป็นภาษีที่เก็บในจังหวัดราชธานีโดยตั้งด่านขึ้นทางน้ำใช่ไหมทาง
บก ที่ราษฎรไปมาค้าขายต้องผ่าน
อากรตลาด คือ จังกอบไม่ก็จำกอบที่จัดเก็บในจังหวัดราชธานีที่ราษฎรมา
ประชุมกันตั้งตลาดค้าขาย
ริดชาหรือฤชา เป็นค่าธรรมเนียมศาลที่พสกเสียเมื่อมีคดีขึ้นสู่ศาล
คำว่า “ภาษี” กำเนิดขึ้นในรัชกาลที่ 3 และทรงจัดตั้งภาษีขึ้นใหม่หลายแบบ
และการคลังของเมืองไทยได้เปิดฉากจัดทำงบเก็งตั้งแต่ พ.ศ. 2433 ในสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อ
สะดวกแก่การกู้เงินต่างประเทศ และมีพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2456
เพื่อให้มีแผนการรับจ่ายเงินแผ่นดิน แสดงทรัพย์สินและหนี้สินต่าง ๆ
ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับกันโดยรวมหมดไปว่า หลักการของวิชาการคลังรัฐบาลไม่ว่าจะ
เป็นการจัดเก็บภาษีอากร การใช้จ่ายเงินของรัฐ การก่อหนี้ หรือการจัดทำงบโดยประมาณ
แผ่นดิน กะทัดรัดเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารงานของรัฐทั้งถึงแก่กรรมคู่มือเตรียมสอบการเงินและบัญชีสนง.ปลัดกระทรวงยุติธรรม

หนังสือเตรียมสอบเจ้าหน้าที่การเงินตรวจทรัพย์สิน{แผ่นดิน|ภูดล|พื้นโลก|ผืนดิน|ราชอาณาจักร|อาณาจักร|แว่นแคว้น|แคว้น|ภูวดล|พื้นแผ่นดิน|ผืนแผ่นดิน|

เอกสารแนะนำเตรียมสอบเจ้าหน้าที่การเงินตรวจอัฐปฐวี
บทบาท ฤทธิ์เดช ข้อผูกมัด
อำ นาจหน้าที่ข้าวของเครื่องมือใช้ผู้ตรวจการแผ่นดินติดตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
พุทธศักราช 2550 ที่ได้บันทึกให้ผู้ตรวจทานการแผ่นธรณีมีภามอาชีพเพิ่มให้เพิ่มเติมจากแรก
ประกอบเหตุด้วย
มาตรา 244 ผู้วิเคราะห์การแผ่นดินมีเขี้ยวเล็บพันธกิจ ดังทาบไปนี้
(1) พิจารณาและสอบสวนหาหัวข้อขี้ปดจริงตามคำกู่ร่ำเรียนในเรื่อง
(ก) การไม่ปฏิบัติการตามกฎหมาย 
คู่มือเตรียมสอบเจ้าหน้าที่การเงินสตง.  หรือปฏิบัติตัวนอกทิศอุดรอานุภาพหน้าที่ยินยอม
กฎหมายของข้าราชการ พนักงาน ไม่ใช่หรือลูกจ้างของใช้หน่วยราชการ หน่วยธุรกิจของรัฐ หรือ
รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนดินแดน
(ข) การทำหรือละเลยไม่ทำธุระของข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้าง
ของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการประเภทท้องถิ่นที่ประดิษฐ์ให้ปฏิสนธิ
ความเสียหายแก่ผู้ร้องเรียนหรือพสกนิกรโดย ไม่เป็นธรรม ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือไม่ชอบ
เช่นเดียวกันฤทธิ์พันธกิจก็ตาม
,, 
,, 
(ค) การสำรวจการละเลยการปฏิบัติหน้าที่เหรอการปฏิบัติข้อผูกมัดโดยไม่
ชอบด้วยกฎหมายขององค์กร ตามรัฐธรรมนูญ 
และองค์กรในกระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้ไม่
รวมถึงการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีของนฤปเวศม์
(ง) กรณีอื่นตามที่ข้อบังคับบัญญัติ
(2) ดำเนินการเนื่องกับจริยธรรมของผู้คงทนสภาพทางการเมืองและเจ้ากิจ. งานของประเทศชาติ
ตามมาตรา 279* วรรคสาม ด้วยกันมาตรา 280*
(3) ติดตาม ประเมินผล และประดิษฐ์ข้อเสนอแนะในการปฏิบัติการตามรัฐธรรมนูญ รวมกัน
ทั้งหมดถึง หัวเรื่องตรึกตรองเกี่ยวกับแก้ไขประเทืองรัฐธรรมนูญในกรณีที่ทัศน์ว่าจำหมายถึง
(4) รายงานผลการตรวจด้วยกันผลการปฏิบัติการหน้าที่พร้อมข้อสังเกตต่อคณะรัฐมนตรี
สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาทุกปี ทั้งนี้ ให้ป่าวประกาศรายงานดังกล่าวในราชกิจจานุเบกษา
พร้อมด้วยเปิดหัวใจต่อสาธารณะสำหรับ
การใช้อำนาจหน้าที่ตาม (1) (ก) (ข) และ (ค) ให้ผู้พิจิตการรัชกาลดำเนินการเมื่อมีการ
ร้องเรียน ล้มเลิกแต่เป็นกรณีที่ผู้ดูแลชาติเห็นว่าการกระทำดังกล่าวมีผลกระทบต่อ
ความหายนะของกลางเมืองแบบรวมหรือว่า 
 เพื่ออภิบาลคุณค่าส่วนรวม ผู้ตรวจการ
แผ่นดินอาจพิจารณาและสอบสวนโดยไม่มีการร้องศึกษาเล่าเรียนได้
มาตรา 245 ผู้ตรวจการแผ่นดินอาจเสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญเหรอศาลอภิบาลได้ เท่าที่
แลว่ามีกรณีดังต่อไปนี้
(1) บทบัญญัติแห่งกฎเกณฑ์ใดมีปมปัญหาคล้องกับความเป็นที่นิยมด้วยรัฐธรรมนูญ ให้ยกตัวอย่าง
ข้อความพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ และให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยโดยไม่
ชักช้า ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ
(2) กฎ คำสั่ง หรือการวางตัวอื่นใดของบุคคลใดตามมาตรา 244 (1) (ก) มีปัญหา
เกี่ยวโยงกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญเหรอกฎหมาย สละให้อธิบายตอนพร้อมเหตุด้วยความเห็นต่อศาล
ปกครอง พร้อมทั้งให้ศาลปกครองพิจารณาวินิจฉัยเพราะไม่ชักช้า ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติว่าอีกด้วย
การจัดตั้งศาลปกครองพร้อมทั้งวิธีนึกตรองคดีคุ้มครอง
**หมายเหตุ**
มาตรา 279 มาตราทางคุณธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการบูรี ข้าราชการ ใช่ไหม
เจ้าหน้าที่ของรัฐแต่ละประเภท ให้เป็นไปติดตามประมวลจริยธรรมที่กะๆขึ้น
มาตราฐานทางจริยธรรมตามวรรคหนึ่ง จะต้องมีกลไกและระบบในการกระทำงาน
เพื่อให้การบังคับเอาใช้มีชีวิตไปอย่างมีพลัง รวมทั้งขีดเส้นขั้นตอนการลงโทษตามความ
ร้ายแรงในที่การกระทำการ
การฝ่าฝืนหรือไม่ประพฤติตามมาตราฐานทางจริยธรรมตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าทั้งเป็นการ
กระทำผิดทางวินัย ในกรณีที่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม ให้
ผู้ตรวจการแผ่นดินรายงานต่อรัฐสภา คณะรัฐมนตรี หรือสภาท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง แล้วแต่กรณี
และหากเป็นการกระทำผิดร้ายแรงให้ส่งเรื่องให้แผนกกรรมการรักษาพร้อมกับปราบปรามการ
ทุจริตแห่งชาติพิจารณาเคลื่อนที่การ โดยให้ถือครอบครองเหตุที่จะถูกถอดถอนจากระดับยินยอม
มาตรา 270
การพิจารณา สรรหา กลั่นกรอง เหรอแต่งตั้งบุคคลใดเข้าสู่ฐานันดรที่มีส่วนเกี่ยวข้องใน
การใช้อำนาจรัฐ รวมทั้งการโยกย้าย การเลื่อนตำแหน่ง การเลื่อนเงินเดือน และการลงโทษ
บุคคลนั้น จะแตะต้องเป็นไปตามระบบคุณธรรมและคำนึงถึงพฤติกรรมทางจริยธรรมของใช้มนุษย์
ดังกล่าวด้วย
มาตรา 280 สำหรับผลกำไรในการเดินทางการตามหมวดหมู่นี้ ให้ผู้ตรวจสอบการแผ่นดินมี
อำนาจหน้าที่เสนอแนะนำหรือไม่ก็ให้คำแนะในการจัดทำหรือเปลี่ยนแปลงประมวลคุณธรรมตาม
มาตรา 279 วรรคหนึ่ง และส่งเสริมให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ข้าราชการ พร้อมทั้งเจ้าภาระกิจ
ของรัฐ มีจิตสำนึกในมีหน้าจริยธรรม รวมทั้งมีหน้าที่แจกแจงการบำเพ็ญที่มีการขัดประมวล
ศีลธรรมเหตุด้วยให้ผู้ที่รับผิดชอบในการบีบการให้เป็นไปตามประมวลจริยธรรมดำเนินการ
บังคับให้เป็นไปตามประมวลจริยธรรมตามมาตรา 279 วรรคสาม
ในกรณีที่การฝ่าฝืนหรือไม่ทำตามกฏเกณฑ์ทางจริยธรรมมีรูปพรรณสัณฐานร้ายแรงหรือมี
เหตุอันควรเชื่อได้ว่าการเดินการของผู้รับผิดถูกจะไม่เป็นไปด้วยความเป็นคำสั่งสอน
ผู้ตรวจการโลกจะไต่สวนและแฉผลการไต่สวนต่อสาธารณะก็ได้
ผู้ตรวจการแผ่นดิน
ศาสตราจารย์ศรีราชา วงศารยางค์กูร ประธานผู้ตรวจการแว่นแคว้น
พลเอก วิทวัส รชตะนันทน์ ผู้ดูแลแผ่นดิน
นายบูรณ์ ฐาปนดุล ผู้ตรวจการแคว้น
วิสัยทัศน์
“คุ้มครองประชาชนให้ได้รับการทำอย่างเป็นธรรมจากการใช้อำนาจรัฐ และ
เสริมสร้างสังคมให้มีคุณธรรมจริยธรรมทั้งเป็นรากฐาน เหตุด้วยค่าสุขของส่วนรวม”
พันธกิจ
พันธกิจที่ 1. พิจารณากับสอบสวนหาประเด็นขี้ปดจริงตามคำร้องทุกข์ เพื่อที่จะแก้ไขเนื้อความ
ร้อนใจแล ความไม่เป็นธรรม
พันธกิจที่ 2. เผยแพร่วิชาการและให้ความฉลาดและการศึกษาแก่ประชาชนเกี่ยวโยงกับสิทธิที่
จะร้องเรีย และสร้างเพิ่มเติมการทำกิจการบ้านภาราที่ดีในถิ่นรัฐ
พันธกิจที่ 3. ศึกษา วิจัย และวิเคราะห์ เพื่อเสนอแนะปรับปรุงกฎหมาย กฎ หมู่
ข้อบังคับเอา แล ขั้นชุดการกระทำงาน และจัดทำหนังสือเสนอต่อรัฐสภา
พันธกิจที่ 4. เคลื่อนที่งานให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ข้าราชการ และเจ้ากิจของ
คู่มือเตรียมสอบเจ้าหน้าที่การเงินตรวจเงินปถพี

{แนว|ลู่|ทาง|ทางวิ่ง|เลน|เส้น|สาย|แถว|วิธี|แบบ|เขต|อาณาบริเวณ|บริเวณ|เขต{แดน|แขวง|ตำบล|เขต|ส่วน|ฝ่าย|เขตแดน|อาณาจักร|ขอบเขต|เขตแดน|แคว้น|พื้นที่|เนื้อที่|บริเวณ|อาณาบริเวณ|ถิ่น|ที่|ที่อยู่|ขอก|ด้าว|

ทิวข้อสอบสอบทานเงินชาติ
แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ ชุดที่ 4 (100 ข้อ)
Read the following paragraph and answer the questions.
1The topic for this issue’s documentary is rather superstitious. 2Let’s go
through it just for fun, whether or not you believe in omens, superstitious, or other
elements of those sorts of things. 3The content of the topic says how the colors of
your attire influence the success of your different activities; the right color choice
makes you a victor.
1ชื่อเรื่องราวของสิ่งตีพิมพ์เชิงสารคดีนี้ค่อนเบื้องจะเป็นเรื่องของไสยศาสตร์ 2ขอให้เราอ่าน
มันด้วยเพื่อความบันเทิง  เราลองมาพินิจพิเคราะห์มันดูแบบย่อมก็เพื่อความสนุกสนาน ไม่ว่า
มึงจะมีเรื่องเชื่อฟังในเหตุโชคลางหรือไม่ก็ ข้อสอบตรวจเงินแผ่นดิน ไสยศาสตร์หรือว่าไม่ก็ยินยอม หรือสิ่งต่าง ๆ ในจังหวะเพลง
เดียวกันนี้ 3เนื้อหาของชื่อเรื่องนี้บอกเราว่าสีของเสื้อผ้าของคุณมีอิทธิพลต่อความสำเร็จในการ
ทำกิจกรรมแต่ละอย่างของคุณวิธีไร นั่นตกว่าการคัดสีที่ถูกจำเป็นต้องจะทำถวายแกยังมีชีวิตอยู่ผู้ชนะ
,, 
,, 
1. Under which column should the paragraph be ?
(1) Business (2) Entertainment (3) Documentary (4) Cyber Space
ถาม ตอนแยกย่อยนี้เหมาะสมจะอยู่ในคอลัมน์ใด ?
ตอบ 3 (สารคดี) 1. ธุรกิจ 2. ความบันเทิง 4. แนวมิติ
วิทยาศาสตร์
2. This paragraph is probably a(n) _____________ paragraph.
(1) opening (2) supporting (3) concluding (4) None is correct.
ถาม ย่อหน้านี้น่าจะสดย่อหน้าเนื้อที่ ___________
ตอบ 1 (เป็นบทนำ) 2. สนับสนุน 3. สรุปเรื่อง 4. ไม่มีข้อใดถูก
3. Which of the following statements makes a good topic for 
this paragraph?
(1) How to find a prince charming at a party.
(2) Believe it or not? You are what you think.
(3) Birds of the same feather flock together.
(4) Choose the right colors to bring home the bacon!
เรียนถาม ข้อเหตุใดประกบไปนี้จะยังไม่ตายพระนามใจความสำคัญที่ดีสำหรับย่อหน้านี้ ?
ขาน 4 (การเลือกสีที่ ถูกจำเป็นจะนำมาซึ่งชัยชนะ!)
1. จะพบเจ้าชายผู้ทรงเสน่ห์ในงานรื่นเริงเลี้ยงได้อย่างไร
2. คุณจะเชื่อเหรอไม่ไว้ใจ! คุณจะได้ในสิ่งที่คุณตริ
3. นกจำพวกหนึ่งเดียวกันก็จับจำพวกบินไปเหมือนกันกั้น
4. The main idea of the paragraph is in sentence ____________ .
(1) 1 (2) 2 (3) 1 and 2 (4) 3
ถาม ใจความสำคัญของย่อความหน้านี้อยู่ในประโยคที่ ______________
ตอบ 4 (3) 1. 1 2. 2 3. 1 และ 2
5. One may guess that “attire” (sentence 3) means _____________ .
(1) disposition (2) clothes (3) gowns (4) appearance
ถาม เราทำได้เดาได้ว่าคำว่า “attire” (ประโยคที่ 3) มีเหตุหมายเรียกว่า____________
ตอบ 2 (เสื้อผ้า) 1. การบริหาร, การอุดหนุน 3. เสื้อปิดคลุมแวง
4. การมีอยู่ตัว
6. The customs officers tend to be _____________ .
(1) suspicion (2) suspicious (3) suspiciously (4) suspiciousness
ถาม เจ้าพันธกิจกรมศุลกากรมักจะเป็นคน____________
ตอบ 2 (ขี้ระแวงสงสัย (adj.)) 1. ความขี้ระแวงสงสัย (n.)
3. ราวกับเอะใจสงสัย (adv.) 4. ความขี้คลางแคลงใจสงสัย (n.)
คำอธิบาย อุปสรรค (Suffixes) คือ ส่วนที่ไปเติม ท้ายคำ ซึ่งให้ข่าวสารเกี่ยวกับ Part of
Speech จึงทำให้คำที่เกิดรุ่งโรจน์สดนั้นมีหน้าที่ของคำกลายเป็นไปจากตอนแรก เช่น
กลุ่มคำที่เติมหางคำนาม จะทำให้คำที่มีขึ้นรุ่งเอี่ยมเป็นคำคุณศัพท์ ได้รับแก่ -al, -ial, -y,
-eous, -ious, -ous, -ish
* suspicion → suspicious คำคุณศัพท์ (adj.) จะแปะหลัง v. to be *
7. “Superstition, superstitious” have a _____________ meaning________ .
(1) prefix; above (2) root; superior (3) suffix; over (4) prefix; full of
ถาม “Superstition, superstitious’ มี _________ ซึ่งมีความหมายว่า _______________
ตอบ 1 (อุปสรรค; เหนือ) 2. รากศัพท์; เหนือกว่า
3. ปัจจัย; มากเกินไป 4. อุปสรรค; เต็มไปด้วย
คำอธิบาย ปัจจัย (Prefixes) คือ ประเด็นที่ไปเพิ่มเค้าหน้าคำแล้วชาตะคำนวชาตขึ้นโดยไม่
ดัดแปลงหน้าที่สิ่งของคำและนัยของคำที่เกิดขึ้นเอี่ยมนั้นมักจะชัดเจน ไม่ผันแปรไป
จากเดิมมากนัก เช่น กลุ่มที่บอกระดับและขนาด ซึ่งมักจะใช้เติมด้านหน้าคำกริยาพร้อมกับ
คำคุณศัพท์ ถึงกระนั้นถ้าใช้เขียนเติมหน้าคำนาม จำพวกใหญ่แล้วจะคะเนถึงคน ได้แก่ arch-,
hyper-, mini-, out-, over-, sub-, super-, sur-, ultra-, under-
8. “Capital, captain, capitate” share the same root “__________” meaning ________
. (1) clude; close (2) capit; head (3) cap; take (4) crat; rule
ถาม “Capital, captain, capitate” มีรากศัพท์คำเดี่ยวกัน คือ “____” ซึ่งมีกระแสความหมายว่า _____
ตอบ 2 (capit; ใหญ่, หัว) 1. clued; ปิด, รวมเข้าเช่นเดียวกันกัน
3. cap; จับ, ยึด, ได้มา 4. crat; ปกครอง
คำอธิบาย รากศัพท์ (Roots/Bases/Stems) คือ คำในภาษากรีกและลาติน ซึ่งปาง
นำ Prefixes หรือ Suffixes มาเติม จะทำให้ชาตคำใหม่ขึ้นในภาษาอังกฤษ เช่น -
capit- (head) ในคำว่า “capital, captain, capitate -crat- (rule) ในคำว่า
“autocrat” -cap-, -cep- (take) ในคำว่า .capture, accept”
Context Clues (คำบ่งชี้ในปริบท)
9. In the sentence below, which punctuation mark should be put in each blank ?
(1) : ; , (2) , ; . (3) , ; : (4) “ ; ”
As every Buddhist knows ______ the Buddha’s teaching is to be found in the
Four Noble Truths _________ .
a. Suffering
b. The Cause of Suffering
c. The Extention of Suffering
d. The Middle Way; Noble Eightfold Path as the way to the extinction
 of suffering.
ถาม รหัสวรรคตอนใดควรนำมาเติมในช่องไฟของประโยคข้างข้างล่างนี้ ?
ตามที่พุทธศาสนิกชนใครก็ตามทราบกันดี____________หลักธรรมคำ สอนของ
พระพุทธเจ้านั้นเป็นข้อมูลออกมาจากการรู้แจ้งในอริยสัจ 4 ของพระองค์ ___________
a. ทุกข์ b. เหตุที่ทำให้เกิดทุกข์
c. กรณีดับทุกข์
d. ทางไม่ทันเวลาใจกลาง คือ อริยมรรค 8 ซึ่งเป็นทางปฏิบัติที่นำไปสู่การดับทุกข์
ตอบ 3 (, และ :) 1. : และ , 2. , และ . 4. “ และ ”
คำอธิบาย หน้าที่ของเครื่องหมาย Comma และ Colon มีดังนี้คือ
-Comma (,)
1. ใช้แบะคำศัพท์มากมาย ๆ องค์ซึ่งอยู่ในกลุ่มเดียวกันออกจากต่อกัน
2. ใช้คั่นระหว่างคำ วลี หรืออนุประโยค ทำให้รู้ว่าคำ วลี ไม่ก็อนุประโยคที่ไป
ระหว่าง Comma นั้นลุกลามกระแสความคำชื่อที่ติดสอยห้อยตามมาหา
3. ใช้แบ่งใจเรื่องในประโยคคลอดครอบครองเปลาะ ๆ
-Colon (:)
1. ข้อกระแสความที่อยู่ส่วนหลัง Colon จะยกตัวอย่างหรือให้แบบอย่างของข้อข้อคดีที่พำนักส่วนพักตร์
2. ใช้ระหว่างอนุประโยคกับอนุประโยค โดยอนุประโยคที่ตามหลัง Colon จะลุกลาม
เหตุหรือตอกย้ำย้ำอนุประโยคที่มาข้างพักตร์
10. The Middle Way consists of _____________ .
(1) the Four Noble Truths (2) the Extinction of Suffering
(3) the Cause of Suffering (4) “Noble Eightfold Path”
ถาม ทางสายกลาง ประกอบด้วย____________
ตอบ 4 (อริยมรรค 8”) 1. อริยสัจ 4
2. ข้อคดีดับทุกข์ 3. เรื่องที่ทำให้เกิดทุกข์ทิวข้อสอบตรวจเงินแคว้น

ข้อสอบ นักวิชาการแรงงาน

ข้อสอบ นักวิชาการแรงงาน
ฤทธิ์เดชหน้าที่ของกรมการจัดแจงหางาน
-ทำตามข้อบังคับว่าด้วยการจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน นิติว่า
ด้วยการทำงานของคนต่างชาติ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ข้อสอบ นักวิชาการแรงงาน
-พินิจสภาวะตลาดแรงงานและแนวโน้มความต้องการกำลังแรงงานและเป็นศูนย์
ระเบียนข้อมูลตลาดแรงงาน ข้อสอบ นักวิชาการแรงงาน
-ความเจริญรุ่งเรือง ระบบ รูปแบบ มาตรการ และวิธีการด้านการจัดหางาน สร้างสรรค์และประสาน
แบบแผนผังปฏิบัติงานของกรมให้สอดคล้องกับแนวทางและยุทธศาสตร์ ด้านแรงงานของ
กระทรวง
-ให้คำขอคำแนะนำ ส่งเสริม ด้วยกันให้บริการแนะนำอาชีพตามแนวถนัดให้แก่ประชาชน
-ปฏิบัติการอื่นใดตามกฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจศักดิ์สิทธิ์ภาระของกรมหรือตามที่
กระทรวงหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย
ความรู้เกี่ยวกับนักวิชาการแรงงาน
การทำงานของคนต่างด้าว
(สุมลรัตน์ นาคพานิช)
หลักปฏิบัติการทำงานของคนต่างด้าว
การใดที่ห้ามคนต่างด้าวทำในท้อง ที่ใด เมื่อใด ไม่ว่าจะเป็นการห้ามโดย
เด็ดขาดหรือห้ามโดยมีเงื่อนไขอย่างใดเพียงใดนั้น ให้คะเนโดยการออกพระราชกฤษฎีกา
(มาตรา 6) เว้นแต่คนต่างด้าวประเภทดังต่อไปนี้ที่จะทำงานใดได้เฉพาะที่รัฐมนตรีกำหนด
โดยป่าวร้องในราชกิจจานุเบกษา โดยจะกำหนดเงื่อนไขอย่างใดไว้ก็ได้ คือ
(1) คนต่างด้าวที่ถูกเนรเทศตามกฎหมายว่าด้วยการเนรเทศ ซึ่งได้รับการ
ผ่อนปรนให้ไปประกอบอาชีพ ณ ที่แห่งใดแทนการเนรเทศหรืออยู่ในระหว่างรอการเนรเทศ
(2) คนต่างด้าวที่เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย
ว่าด้วยคนเข้าเมือง และอยู่ในระหว่างรอการส่งกลับออกนอกราชอาณาจักร
(3) คนต่างด้าวที่เกิดในราชอาณาจักรแต่ไม่ได้รับสัญชาติไทยตามประกาศ
ของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 ลงวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2515 หรือตามกฎหมายอื่น
(4) คนต่างด้าวโดยผลของการถูกถอนสัญชาติตามประกาศของคณะปฏิวัติ
ฉบับที่ 337 ลงวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2515 หรือตามกฎหมายอื่น
โดยคนต่างด้าวเหล่านี้จะทำงานใดตามที่รัฐมนตรีกำหนดได้ต่อเมื่อได้รับ
ใบอนุญาตจากอธิบดีหรือเจ้าพนักงานซึ่งอธิบดีมอบหมาย (มาตรา 12)
สำหรับคนต่างด้าวซึ่งได้รับ อนุญาตให้เข้ามาทำงานในราชอาณาจักรตาม
กฎปฏิบัติว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุนหรือ ตามกฎหมายอื่น ให้ชะโงกคำขอรับใบอนุญาตต่อ
อธิบดีไม่ใช่หรือเจ้าพนักงานซึ่งอธิบดีมอบหมายภายในสาม สิบวันนับแต่วันที่คนต่างด้าวนั้นเข้า
มาในราชอาณาจักร อย่างไรก็ดีถ้าคนต่างด้าวนั้นอยู่ในราชอาณาจักรหลังจากนั้น ระยะเวลาสามสิบวัน ให้
นับแต่วันที่ทราบการได้รับอนุญาตให้ประจำการตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการ ลงทุนหรือ
ตามกฎหมายอื่น ในระหว่างรอรับใบอนุญาต ให้ผู้ยื่นคำขอทำงานไปพลางก่อนได้ (มาตรา
10) สำหรับคนต่างด้าวนอกเหนือจากที่ตรัสมานั้นจะทำงานในราชอาณาจักรได้เฉพาะงาน
ที่มิได้ห้ามไว้ในพระราชกฤษฎีกาเท่านั้น และจะทำงานได้ต่อเมื่อได้รับใบอนุญาตจากอธิบดี
หรือเจ้าพนักงานซึ่งอธิบดีมอบ หมาย เว้นแต่คนต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการ
ชั่วคราวตามข้อบัญญัติว่าด้วยคน เข้าเมืองเพื่อทำงานอันจำเป็นและเร่งด่วนมีระยะการทำงาน
ไม่เกินสิบห้าวัน แม้กระนั้นคนต่างด้าวนั้นจะทำงานนั้นได้เมื่อได้มีหนังสือแจ้งให้อธิบดีหรือเจ้า
พนักงานซึ่งอธิบดีมอบหน้าที่ทราบ ตามแบบที่อธิบดีกำหนด (มาตรา 7) ซึ่งคนต่างด้าวที่จะ
ขอรับใบอนุญาตดังกล่าวนี้จะต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้ คือ ข้อสอบ นักวิชาการแรงงาน
(1) มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร หรือได้รับอนุญาตให้เข้ามาในราชอาณาจักร
เป็นการชั่วคราวตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองโดยมิใช่ได้รับอนุญาตให้เข้ามามาในฐานะ
นักท่องเที่ยว หรือผู้เดินทางผ่าน
,, 
,, 
(2) ไม่เป็นบุคคลที่ขาดคุณสมบัติ หรือต้องห้ามตามเงื่อนไขที่รัฐมนตรี
ป่าวร้องขีดเส้นในราชกิจจานุเบกษา (มาตรา 11)
สำหรับบุคคลที่มีความประสงค์จะยื่นให้คนต่างด้าวเข้ามาทำงานในกิจการของตน
ในราชอาณาจักรจะยื่นคำขอรับใบอนุญาตแทนคนต่างด้าวนั้นก็ได้ ซึ่งอธิบดีหรือเจ้าพนักงาน
ณอธิบดีมอบหมายจะออกใบอนุญาตให้แก่คนต่างด้าวดังกล่าวได้ต่อเมื่อคนต่างด้าวนั้นเข้ามา
ในราชอาณาจักรแล้ว (มาตรา 8)
ในการอนุญาตให้คนต่างด้าวเข้ามา ลงมือนั้น อธิบดีหรือเจ้าพนักงานซึ่ง
อธิบดีมอบหมายจะกำหนดเงื่อนปมอย่างใดเพื่อให้คน ต่างด้าวปฏิบัติก็ได้ โดยต้องให้คนต่าง
ด้าวนั้นให้คำรับรองเดิมว่าจะสามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขนั้น ได้ และถ้าเป็นกรณีที่บุคคลที่
หมายมั่นจะให้คนต่างด้าวเข้ามาประกอบงานในกิจการของตน แล้วขอรับใบอนุญาตแทนที่คนต่าง
ด้าวก็ต้องให้คนต่างด้าวนั้นรับรองก่อนที่จะเดิน ทางเข้ามาในราชอาณาจักร (มาตรา 9)
ใบอนุญาตและการต่ออายุใบปล่อย
ใบอนุญาตอุดหนุนมีอายุหนึ่งปีนับแต่วันออก เว้นแต่กรณีดังต่อไปนี้ (มาตรา 13)
(1) ใบอนุญาตที่ออกให้แก่คนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้เข้ามาทำงานใน
ราชอาณาจักรตามกฎปฏิบัติว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุนหรือตามกฎหมายอื่น ยกให้มีอายุเท่า
ระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาทำงานการตามกฎหมายนั้นๆ
(2) ใบอนุญาตที่ออกให้แก่คนต่างด้าวที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราช
กิจจานุเบกษาตามมาตรา 12 ให้มีอายุตามที่อธิบดีหรือเจ้าพนักงานซึ่งอธิบดีมอบหมาย
เขียนไว้แต่ไม่ให้เกินหนึ่งปีนับแต่วันออก
(3) ใบอนุญาตที่ออกให้แก่คนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้เข้ามาใน
ราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง ให้มีอายุเท่าระยะเวลาที่คน
ต่างด้าวได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรในขณะออกใบอนุญาต
(4) ใบอนุญาตที่ออกให้แก่คนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้เข้ามาอยู่ในราช
อาณาจักรเป็นการชั่วคราวตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองโดยไม่มีกำหนดเวลาแน่ นอนให้
มีอายุสามสิบวันนับแต่วันออก
สำหรับการต่ออายุใบอนุญาตนั้น ข้อสอบ นักวิชาการแรงงาน ก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุและผู้รับใบอนุญาต 
ประสงค์จะดำเนินการนั้นต่อไปให้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตต่อนายทะเบียน โดยให้ผู้ขอต่ออายุ
ใบอวยทำงานไปพลางก่อนได้จนกว่านายทะเบียนจะมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุ (มาตรา
การต่ออายุใบอนุญาตให้ต่อได้ ครั้งละหนึ่งปี เว้นแต่การต่ออายุใบอนุญาตที่
ออกให้แจ๋คนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้เข้ามา ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวตาม
กฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง สละให้ต่ออายุได้อีกไม่เกินระยะเวลาที่ผู้รับใบอนุญาตนั้นได้รับการ
ขยายระยะ เวลาให้อยู่ในราชอาณาจักร และการต่อใบอนุญาตที่ออกให้แก่คนต่างด้าวซึ่ง
ได้รับอนุญาตให้เข้ามาอยู่ใน ราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวยอมกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง
โดยไม่มีกำหนดเวลา แน่นอน ให้ต่ออายุได้อีกครั้งละสามสิบวัน เว้นแต่คนต่างด้าวนั้นได้รับ
อนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยคน เข้าเมืองต่อไปโดยไม่มีกำหนดเวลาที่
ถ่องแท้เกินสามสิบวัน ให้ต่ออายุใบอนุญาตได้เท่าระยะเวลาที่รับอนุญาตให้อยู่ใน
ราชอาณาจักรแต่ไม่ เกินหนึ่งปี (มาตรา 15)
ในกรณีที่ไม่คลอดใบอนุญาตหรือไม่ สละต่อใบอนุญาตให้แก่ผู้ขอ ผู้ขอมีอิทธิพลอันชอบธรรม
อุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีโดยทำเป็นหนังสือโหนกต่ออธิบดีหรือเจ้า พนักงานซึ่งอธิบดีมอบหมายหรือ
นายทะเบียนแล้วแต่กรณีภายในสามสิบวันนับแต่วัน ที่ได้ทราบอาณัติไม่อนุญาต เมื่อได้รอง
อุทธรณ์ต่อจากนั้นให้ผู้รับอุทธรณ์นำส่งคณะกรรมการภายในสิบห้าวันให้ คณะกรรมการนึกตรอง
เสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีภายในสิบห้าวันและให้รัฐมนตรี วินิจฉัยคำอุทธรณ์ภายในสามสิบ
วัน คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด เพราะแม้เป็นการอุทธรณ์คำสั่งไม่ส่งเสียต่อใบอนุญาตใน
กรณีที่ผู้รับใบอนุญาต ประสงค์จะทำงานนั้นต่อไปและขอต่ออายุก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุนั้น
ให้ผู้อุทธรณ์มีสิทธิทำงานไปพลางก่อนได้ หมดทางไปกว่าจะมีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของรัฐมนตรี
(มาตรา 17)
ผู้รับใบอนุญาตต้องมีใบอนุญาต อยู่กับตัวหรืออยู่ ณ ที่ทำผลงานในระหว่าง
บริหารเพื่อแสดงผสานพนักงานเจ้าหน้าที่หรือนายทะเบียนได้ เสมอ (มาตรา 18) ถ้าใบอนุญาต
ชำรุดในสาระสำคัญหรือสูญให้ผู้รับใบอนุญาตยื่นคำขอรับใบแทน ผสานนายทะเบียน
ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ทราบการทรุดโทรมหรือสูญหาย (มาตรา 19)
ในกรณีที่คนต่างด้าวเลิกทำ งาน ตามที่ระบุไว้ในใบปล่อยให้ส่งมอบ
ใบอนุญาตคืนให้แก่นายทะเบียนในท้องที่ จังหวัดที่ตั้งสถานที่ทำงานด้านในเจ็ดวันนับแต่
วันที่ตกลงทำงานนั้น (มาตรา 20)
ห้ามมิให้บุคคลใดรับคนต่างด้าว ซึ่งไม่มีใบอนุญาตเข้าทำงานหรือรับคนต่าง
ด้าวเข้าทำงานที่มีลักษณะหรือ เงื่อนไขข้างในการทำงานแตกต่างไปจากที่บังคับไว้ใน
ใบอนุญาต (มาตรา 22) และบุคคลที่รับคนต่างด้าวเข้ากระทำการงานหรือประทานคนต่างด้าวเลื่อนไป
ทำงานในท้องที่ อื่นนอกจากที่ระบุไว้ในใบอวยหรือมีคนต่างด้าวออกไปงาน ให้บุคคล
นั้นแจ้งบัดกรีนายทะเบียนภายภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่รับคนต่างด้าวเข้า ทำกิจธุระหรือวันที่คนต่าง
ด้าวนั้นย้ายหรือออกจากงานแล้วแต่กรณี (มาตรา 23)
คณะกรรมการพิจารณาการทำงานของคนต่างด้าว
ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการพิเคราะห์การทำงานของ
คนต่างด้าว” (มาตรา 24) เพราะให้มีหน้าที่วินิจฉัยให้คำแนะนำหรือคำหารือแก่รัฐมนตรี
ดังต่อไปนี้ (มาตรา 27)
(1) การออกพระราชกฤษฎีกากำหนดบุคคลซึ่งปฏิบัติพันธะหรือภารกิจเพื่อ
กำไรในทางการศึกษาวัฒนธรรม ศิลป การกีฬาหรือกิจการอื่น และพระราชกฤษฎีกา
เกี่ยวกับการห้ามคนต่างด้าวทำงานในท้องที่ใดหรือเมื่อใดและเงื่อนไขต่างๆ
(2) กำหนดงานที่รัฐมนตรีจะป่าประกาศในราชกิจจานุเบกษาตามมาตรา 12
(3) การออกกฎกระทรวงขีดคั่นแบบการขอรับใบอวย,การต่ออายุ
ใบอนุญาตรวมถึง แบบการอนุญาตให้เปลี่ยนการทำงานหรือเปลี่ยนสถานที่ในการทำงาน
และการออกบัตร ประจำตัวนายทะเบียนและพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย
(4) การตรวจสอบอุทธรณ์คำสั่ง
(5) เรื่องอื่นๆ ที่รัฐมนตรีมอบหมาย
พลังหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ข้อสอบ นักวิชาการแรงงาน
ในการปฏิบัติหน้าที่ไล่ตามพระราช บัญญัตินี้ อธิบดีไม่ใช่หรือเจ้าพนักงานซึ่งอธิบดี
มอบหมาย นายทะเบียน หรือไม่ก็พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจมีหนังสือสอบยิงคำถามหรือเรียกมนุษย์
ใดมาชี้แจงข้อ เท็จจริงรวมทั้งให้ส่งเอกสารหรือเอกสารสำคัญ และสามารถเข้าไปในทำเลที่ตั้งใดที่มี
เหตุอันมีคุณค่าสงสัยว่ามีคนต่างด้าวทำงานใน ระหว่างเวลาที่เชื่อมั่นได้ว่ามีการทำงาน เพื่อที่จะ
ตรวจสอบสอบให้การเป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ในการนี้ให้มีอิทธิพลซักพฤตินัย 
 
 

ข้อสอบสำรวจเงินแผ่นแผ่นดิน

แนวข้อสอบสืบสวนเงินแผ่นธรณี
12. Which syllable gets the primary stress ?
(1) The first. (2) The second. (3) The third. (4) None is correct.
ซัก พยางค์ใดที่มีการลงเสียงหนัก ?
ตอบ 1 (พยางค์แรก) 2. พยางค์ที่สอง 3. พยางค์ที่สาม 4. ไม่มีข้อใดถูก
คำยกตัวอย่าง : การลงเสียงหนัก-เบา (Stress) คำที่ตึ๊ดตื๋อกว่าหนึ่งพยางค์จะจงมีการ
ออกเสียงหนัก-เบา ในแต่ละพยางค์
13. Nobody believed she had any chance of victory .
The word “victory” is used in the above sentence as a(n) _____________ .
(1) countable noun (2) uncountable noun (3) collective noun
(4) proper noun
ถาม ไม่มีใครเชื่อมั่นว่าเธอจะมีทางได้รับความสำเร็จ
ตอบ 2 (คำนามนับไม่ได้) 1. คำนามานับได้ 3. สมุหนาม 4.วิสามานยพระนาม
14. “Resounding victory” means _____________ .
(1) to win a victory (2) to win easily and impressively
(3) a very great victory (4) a favorable victory for either side
ถาม “Resounding victory” มีข้อความต้องการว่า____________
ตอบ 3 (ชัยชนะอันยิ่งใหญ่) 1. ได้รับความเป็นการ
2. ชนะได้อย่างง่ายถางและประทับใจ 4. ชัยพิชิตอันเป็นที่น่าปีติของทั้งฝาแฝดกลุ่ม
15. The election has resulted in a decisive victory for Dr. Thaksin Shinnawatra over
Mr. Chuan Leekpai. “Victory” in this context means _____________ .
(1) a success in an election (2) the success one achieves by winning a battle
(3) a kind of election (4) winning a race
ถาม การลงคะแนนสุรเสียงตั้งมีผลเชื่อมการได้รับชัยชนะอย่างเด็ดขาดของ ดร.ทักษิณ ชินวัตร เหนือ
นายชวน หลีกภัย “ชัยชนะ”  ในบริบทนี้มีกระแสความหมายว่า ____________
ตอบ 1 (การพบปะเรื่องลุล่วงในการเลือกตั้ง)
2. ความสำเร็จที่คนได้มากจากการชนะเลิศในการต่อสู้
3. การเลือกตั้งประเภท 4. การชนะการแย่งชิง
Similar Meaning (ประโยคที่มีความหมายที่เหมือนกัน)
16. The Buddha can only tell you the way. the rest depends on you .
(1) You are the traveler by yourself. The Buddha can only be your guide.
(2) You can start the journey yourself. You do not need a guide.
(3) Neither you nor the Buddha can reach the goal.
(4) You can reach a star if you travel alone.
ถาม พระพุทธเจ้าทรงชี้ทางช่องให้คุณเท่านั้น อะไหล่ที่เหลือก็ขึ้นคงไว้กับตัวคุณเอง
ตอบ 1 (คุณเป็นผู้เดินดุ่มทางด้วยตัวของคุณเอง พระพุทธเจ้าเพียงแต่เป็นผู้นำทางให้มึง
เท่านั้น)
,, 
,, 
 
2. คุณศักยเริ่มต้นการเดินทางเพื่อตัวของคุณเอง คุณไม่จำเป็นต้องมีผู้นำทาง
3. ทั้งอวัยวะคุณและพระพุทธเจ้า ข้อสอบตรวจเงินแผ่นดิน ไม่สามารถไปถึงจุดบ่งได้
4. หากคุณเดินทางคนเดียวคุณจะสามารถไปถึงดวงดาวได้
17. The Buddha is not only the perfect example of wisdom but also of virtue.
(1) The Buddha is a perfect example of wisdom
(2) He is a perfect example of virtue.
(3) He is a model for both wisdom and virtue.
(4) No one is as wise and virtuous as the Buddha.
ถาม พระพุทธเจ้าทรงเป็นประเภทวิธที่งอกงามแบบ ซึ่งมิใช่เนื้อๆด้านสติปัญญาทันนั้น แต่
ในก้ำคุณธรรมความดีเช่นเดียวกัน
ตอบ 3 (พระองค์ทรงเป็นแบบอย่าง ทั้งในด้านสติ ปัญญา และคุณธรรมความดี)
1. พระพุทธเจ้าทรงเป็นแบบอย่างที่สมบูรณ์แบบในด้านสติปัญญา
2. พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างที่สมบูรณ์แบบในด้านคุณธรรมความดี
3. ไม่มีผู้ใดฉลาดและเพียงพร้อมด้วยคุณธรรมความดีเท่ากับพระพุทธเจ้า
18. Once he achieved enlightenment, the Buddha could have turned his back on
a world of sorrow, but he did not .
(1) The Buddha turned his back on all creatures.
(2) The Buddha denied the world of sorrow.
(3) The Buddha returned to his former status—Prince Sithatha.
(4) The Buddha did teach all creatures.
ซักไซ้ จนถึงพระองค์ทรงตรัสรู้ พระพุทธเจ้าน่าจะทำได้หันเหียนหลังเอื้ออำนวยกับโลกาแห่งกระแสความเศร้าโศกได้
แต่พระองค์ทรงไม่อาจจะดำเนินงานเช่นนั้นได้
ตอบ 4 (พระพุทธองค์ได้ทรงดัดหลัง 
บรรดาสรรพสัตว์ทั้งปวง)
1. พระพุทธเจ้าทรงแว้งหลังเลี้ยงดูกับสรรพสัตว์ทั้งปวง
2. พระพุทธเจ้าทรงปฏิเสธโลกแห่งความหม่นไหม้นี้
3. พระพุทธเจ้าทรงหวนคืนสู่ภาวะเดมิของพระองค์ ในตำแหน่งเจ้าชายสิทธัตถะ
19. It is very important that the words of the Buddha are not distorted, either
through ignorance or through one’s own speculation.
(1) One can distort the words of the Buddha through his ignorance.
(2) By all means, the words of the Buddha should not be distorted.
(3) Sometimes people distort the Buddha’s words through their own
speculation.
(4) One can interpret the Buddha’s words in one’s own way.
ถาม เลี่ยนเป็นเรื่องสำคัญอย่างสูงที่หลักความถูกต้องคำสอนของพระพุทธเจ้าไม่ควรจะถูกบิดเบือน
ไม่ว่าจะด้วยเนื้อความไม่รู้ ไม่ใช่หรือจากการคาดเดาเอาเองของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง
ตอบ 2(หลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ไม่ควรจะถูกบิดเบือน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม)
1. คนเราสามารถบิดเบือนหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าได้ เกี่ยวจากเรื่องไม่รู้ของสิงขร
3. บางโอกาสคนเราก็บิดเบนหลักธรรมคำอบรมของพระพุทธเจ้าด้วยการคาดเดาเหรอตีความด้วย
ตัวเอง
4. คนเรารอบรู้แปลเรื่องหมายเรียกหลักศีลธรรม คำสอนของพระพุทธเจ้าไปตามแบบแผนของ
ตนเอง
20. The use of Pali eventually died out in India, but it moved to Sri Lanka.
(1) The Indian people did not use Pali anymore.
(2) People in Sri Lanka moved to India.
(3) The use of Pali died out in Sri Lanka.
(4) People in India and Sri Lanka learn Pali
ถามข่าวในที่สุดการใช้ภาษาบาลีในประเทศอินเดียก็เกมลง แต่มันผกผวนถูกนำไปใช้ในประเทศศรีลังกา
ตอบ 1 (ประชาชนชาวอินเดียไม่ได้ใช้ภาษาบาลีอีกต่อไป)
2. ประชาชนในประเทศศรีลังกาอพยพไปอยู่ในประเทศอินเดีย
3. การใช้ภาษาลาลีในประเทศศรีลังกาก็ม้วยมรณาลง
4. สามัญชนในประเทศอินเดียกับประเทศศรีลังกาเรียนภาษาบาลีแนวข้อสอบตรวจเงินแผ่นพื้นดิน

คัมภีร์จัดแจงสอบการเงินก้อนและบัญชีสนง.ปลัดกระทรวงเที่ยงธรรม

คู่มือการใช้จัดสอบการเบี้ยและบัญชีสนง.ปลัดกระทรวงเป็นธรรม
วิธีวิเคราะห์งบมัตตะ
การที่จำนวนรวมทรัพยากรพร้อมกับเงินก้อนงบตีค่ามีจำกัด แต่เนื้อกรณีต้องการที่จะใช้
ทรัพยากรพร้อมกับใช้เงินงบประมาณ มีสูงขึ้นทั้งนั้นเวลา ด้วยเหตุนี้รัฐบาลจึงประสบคำถามในการ
จัดสรรงบประมาณรายจ่ายอยู่ 2 ประการ ลงความว่า
1. ทำอย่างไรจึงจะจัดสรรทรัพยากรระหว่างส่วนของรัฐพร้อมทั้งส่วนของเอกชน
ให้ดำเนินไปอย่างพอดิบพอดี
2. ทำอย่างไรการจัดแบ่งเงินงบมัตตะของรัฐให้แก่กิจการไม่ก็โครงการ
ต่างๆ จึงจักสามารถดำเนินไปหาได้อย่างมีความสามารถ
 หลักในการวิเคราะห์งบประมาณมีอยู่ 2 แบบอย่าง รวมความว่า
1. นโยบายในการวิบาปเคราะห์อำนาจ ทั้งเป็นการเทียบกับระหว่างทรัพย์สมบัติ
งบประมาณรายจ่ายที่ใช้ ไปว่าก่อให้เกิดประโยชน์มากน้อยแค่ไหน เกิดผลผลิตมากบ้าง
เพียงใด นั่นคือ เป็นการอุปไมยระหว่าง Output กับ Input ว่า ถ้า Input มีเล็กก็
พยายามทำให้เกิด Output ให้มากที่สุดเท่าที่จะบานตะโก้ได้ หรือถ้าหากต้องการ Output จำนวน
หนึ่งก็พยายามใช้ Input ให้น้อยที่สุดเท่าที่จะน้อยได้
2. หลักในการสืบสวนประสิทธิผล จะต้องมีการกะเกณฑ์เป้าปรารถนาว่ามี
เป้าหมายอย่างไร แล้วไปเปรียบเทียบดูว่าการใช้จ่ายเงินงบประมาณนั้นเป็นไปไล่ตาม
เป้าหมายที่กำหนดหรือไม่ ถ้าผลที่ได้เป็นไปตามเป้าหมายก็ถือว่ามีประสิทธิผล แต่ถ้าสมมติไม่
บรรลุตามกำหนดการก็เชื่อว่าไม่มีผลที่เกิดขึ้น
,, 
,, 
ในพิธานงบตีราคากระบิดินนั้น จะต้องนำหลักการพินิจทั้ง 2 หลักมาใช้
นั่นคือ งบประมาณแผ่นดินจะต้องก่อให้เกิดประสิทธิภาพและต้องมีประสิทธิผลด้วย คือ
บรรลุตามเป้าหมายที่รัฐบาล คู่มือเตรียมสอบนักวิชาการการเงินปลัดกระทรวงยุติธรรมได้คัดลอกเอาไว้พร้อมด้วย
ชั้นของงบใกล้เคียงแผ่นดิน
การแยกประเภทของงบประมาณแผ่นดินดูได้จากวิวัฒนาการของงบประมาณ
แผ่นดินว่า มีวิวัฒนาการในการจัดสรรงบคาดคะเนปฐวีเป็นประการไร ซึ่งจะบอกถึงระดับ
ของงบประมาณที่รัฐบาลต่าง ๆ ใช้ว่ามีขั้นตอนการปรับปรุงครอบครองดุจไร
1. งบตีค่าแนวแสดงรายการ (Line item Budget)
เป็นงบตีราคาที่มากทำในกาลสมัยต้น ๆ ซึ่งเป็นงบประมาณที่แบ่งพวกประเภทของ
รายจ่ายต่าง ๆ ประการรัดกุมและวางตนตามรายจ่ายที่ได้จำแนกไว้อย่างเคร่งครัด ด้วยกันใน
การจัดทำงบประมาณปีต่อไปก็จะอิงกับงบประมาณภายในปีเก่า
การที่จำแนกและแสดงรายจ่ายแต่ละประเภทอย่างละเอียดนั้น มีวัตถุอยากได้
เพื่อการจำกัดการใช้แยกออกของมณฑล นั่นคือ มีเป้าหมายมุ่งเน้นเพื่อการควบคุม ซึ่ง
งบประมาณแบบนี้ในสมัยโบราณจะนิยมใช้กีดกั้น เรียกว่า Traditional Budget เหรอ
Conventional Budget เป็นงบประมาณแผนกเก่า
งบประมาณที่ตัดเส้นการดูแลนั้น มองแค่ด้าน Input รวมความว่า มองแค่ทิศา
ทรัพยากรที่จ่ายออกไปเท่านั้น  ไม่ได้มองว่าทรัพยากรที่ปันออกออกไปนั้นก่อให้ประสูติผลคุณค่า
หรือเกิดผลผลิตเท่ากับเท่าไร นั่นคือ ไม่ได้คำนึงถึงผลประโยชน์ที่ได้รับ (วัดประสิทธิภาพ
มิได้)
2.งบโดยประมาณที่แบ่งแยกรายกำจัดตามลักษณะงานหรือสัณฐานข้อผูกมัด (Functional
Budget) ไม่ก็งบประมาณแบบกิจกรรม (Activity Budget) หรืองบราวแบบชี้
แผนงาน (Program Budget) หรืองบประมาณแบบปฏิบัติการ (Performance Budget)
เป็นงบประมาณที่เน้นด้านการจัดการ โดยปฏิรูปมาจากงบประมาณแบบอย่าง
บ่งบอกรายการ ลงความว่า มองว่าทรัพยากรที่จ่ายออกไป (รายจ่าย) ก่อให้เกิดประโยชน์เพียงใด นั่น
คือ เปรียบเทียบระหว่าง Input กับ Output ว่าเป็นอย่างไร ซึ่งก็หมายถึงการมองถึงผลลัพธ์ค่าพื้นดิน
ต้องการด้วย ดังนั้นงบประมาณแบบนี้จะต้องมีการตรวจทานผลข้าวของเครื่องใช้การใช้จ่ายด้วย เหมือน
รัฐบาลใช้จ่ายไปทางด้านการป้องกันประเทศ การสาธารณสุข การศึกษา บำรุงรักษาข้อคดีนิ่ง
งามตาภายในประเทศ รัฐบาลสมควรใช้จ่ายอย่างไร มากน้อยแค่ไหน นั่นคือ รัฐบาลจะ
คำนึงถึงผลที่จะเกิดขึ้นจากการใช้จ่ายด้วย
3.งบประมาณแบบ PPBS (Planning Programming Budgeting System)
เป็นกบิลงบประมาณการที่เน้นการวางแผนโดยกำหนดเป้าหมายขึ้นมา นั่น
คือ ไม่ใช่มีประสิทธิภาพเพียงอย่างเดียว แต่ว่าจะจำเป็นจะต้องมีที่หมายด้วย ด้วยเหตุว่าฉะนั้นการที่
รัฐบาลมีภาระทางด้านสาธารณสุข ด้านการศึกษา การป้องกันประเทศ ซึ่งในแต่ละด้านนั้นก็
จะต้องมีเป้าหมายเขียนไว้เอาไว้ เช่น เป้าประสงค์ทางด้านสังคม ก็เพื่อยกระดับการศึกษาสิ่ง
ประชาชนให้สูงขึ้นในระดับมัธยมศึกษาเท่าใด ระดับการศึกษาภาคบังคับเท่าใด หรือ
เป้าหมายทางธุรกิจ ก็คือจะทำให้เศรษฐกิจเติบโตในอัตราร้อยละเท่าใด ให้อาณาประชาราษฎร์มีรายได้
ต่อหัวเท่าใดในปีงบประเมินนี้ เป็นแท่ง
ดังนั้นในการจัดทำงบคาดคะเนแบบอย่างนี้จึงมีการวางแผนโดยออกกฎเส้นชัย
เพื่อให้การสร้างสรรค์งบประเมินที่ดินมีทิศทางไปตามเป้าหมายที่คัดลอก
4.งบประมาณแบบ Zero Base System หรือ งบคาดคะเนแบบฐานศูนย์
จากการที่ประเทศต่าง ๆ นิยมที่จะจัดทำงบประมาณโดยเทียบงบตีราคาปีนี้
กับงบประมาณปีที่แล้ว ซึ่งการจัดทำงบประมาณแบบนี้ก็เท่ากับว่า โครงการเก่า ๆ ที่ยังทำเปล่า
เสร็จสิ้นก็จงทำแด่ไปเรื่อยๆๆ ซึ่งก็จะเป็นลู่ทางไม่ก็ทางเข้าทางสัญจรที่จะทำให้มีการปันส่วน
งบประมาณไปยังแผนการที่ยุติแล้วขึ้นมาได้ แล้วก็ได้มีการนำนำงบกะรูปแบบ Zero
Base System มาใช้คู่มือเตรียมสอบการเงินและบัญชีสนง.ปลัดกระทรวงเที่ยงตรง

หนังสือคู่มือจัดแจงแนวข้อสอบนักวิชาการคลังกรมบัญชีตรงกลาง

หนังสือคู่มือเตรียมตัวข้อสอบนักวิชาการคลังกรมบัญชีตอนกลาง
ข้อความรู้ทั่วไปจับกับ กรมบัญชีมัธยม
ใน พ.ศ.2416 (จ.ศ.1235) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงสิ่งของหมาย
พระราชบัญญัติ ด้วยว่าหอรัษฎากรพิพัฒน กะเกณฑ์ให้มีเจ้าพนัก งานบาญชีกลางเพราะด้วยบริหาร
หน้าที่จัดบัญชีอากรทั้งปวงบรรดาที่ขึ้นอยู่ในหอรัษฎากร พิพัฒนให้หมายถึงเอกสารสำคัญ จะได้ตระหนัก
สถานะการสตางค์ของแผ่นดินได้แน่นอน โดยตั้งอยู่ในหอรัษฎาพิพัฒน ในพระบรมมหาราชวัง
ต่อมาเมื่อวันที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2418 (จ.ศ. 1237) ได้มาทรงตราพระราชบัญญัติกรม
พระคลังมหาสินทรัพย์ว่าด้วยกรมต่าง ๆ ซึ่งจะจ่ายเงินส่งเงิน เหตุผลในการตราพระราชข้อกำหนด
นี้ขึ้นมีว่า การภาษีอากรซึ่งเป็นเงินขึ้นสำหรับภูวดลได้จับจ่ายราชการ ทนุบำรุง
บ้านเมือง และใช้จ่ายเป็นเบี้ยหวัดเงินเดือนข้าราชการฝ่ายทหารและพลเมืองนั้น พระคลัง
มหาสมบัติยังไม่มีอย่างธรรมเนียม คู่มือเตรียมสอบนักวิชาการคลังกรมบัญชีกลางรับธรรมเนียมจ่ายเงินให้เรียบๆร้อย เงินจึงได้ติดลงบัญชีเจ้า
ภาษีนายอากรเป็นอันมาก ไม่พอจับจ่ายใช้ราชการทนุบำรุงบ้านพาราให้ราษฎรอยู่เย็นเป็น
รื่นเริงยิ่งขึ้นได้ จึงทรงพระราชดำริหารือกับด้วยท่านเสนาบดีและเคาน์ซิลลอร์ออฟสเตด จัดตั้งขึ้น
เป็นพระราชบัญญัตินี้ขึ้น แนวนโยบายการของพระราชบัญญัตินี้คือ การจัดระเบียบราชการในกรม
พระคลังมหาสมบัติให้มีอธิบดีเป็นประธาน พร้อมทั้งรองอธิบดีช่วยราชการมึงผู้เป็นอธิบดี มีเจ้า
พนักงานใหญ่ 5 นาย คือ ปลัดอธิบดีนาย 1 เจ้าพนักงานบาญชีกลางนาย 1 เจ้าบุคลากร
บาญชีรับเงินนาย 1 เจ้าพนักงานบาญชีจ่ายนาย 1 เจ้าพนักงานเก็บเงินนาย 1 กับให้มีมึง
พนักงานสดรองเจ้าพนักงานเทิ่งอีกนายละ 1 คน พร้อมทั้งกำหนดอำนาจหน้าที่ของบรรดา
เจ้าพนักงานขึ้นไว้โดยชัดแจ้ง นอกจากนั้นยังกะเกณฑ์ให้มีออดิตอเยเนอราล เป็นเจ้าเสมียน
สำหรับตรวจบัญชีและเครื่องเคราของซึ่งเป็นรายขึ้นในแผ่นดินทุกๆ ราย ด้วยกันจัดวางระเบียบปฏิบัติ
ต่าง ๆ เพื่อใช้ในกรมพระคลังมหาสมบัติ (กรมพระคลังมหาสมบัติ ตกว่า กระทรวงการคลังใน
ปัจจุบัน)
,, 
,,
วิธีไรก็ดี การเดินงานของกรมพระคลังมหาของมีค่าที่ตั้งขึ้นใหม่ ยังมีมรสุมและยัง
ไม่เหมาะสม เนื่องจากกิจการบ้านเมืองเจริญสาวก้าวหน้ามากขึ้นและกรมพระคลังมหาสินทรัพย์ได้
รับการยกฐานะขึ้นเป็นกระทรวงแล้ว ดังนั้น ในปี 2433 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เหรียญ
พระราชบัญญัติพระธรรมนูญหน้าที่ราชการในกระทรวงพระคลังมหาโภคทรัพย์ขึ้น ทันทีที่
วันที่ 7 ตุลาคม ร.ศ.109 (พ.ศ. 2433) หมายไว้ให้กระทรวงพระคลังมหาสมบัติ มีพันธกิจ
เพราะว่ารับสำหรับจ่ายและรักษาเงินธรณีทั้งสรรพราชสมบัติพัสดุ ทั่วปวงกับถือบาญชีพระ
ราชทรัพย์เหตุเพราะด้วยในกระทรวงสิทธิขาด นับเป็นกรมเจ้ากระทรวงกับกรมรุ่ง ชุมนุมครอบครองกรม
ใหญ่ 13 กรม ดังนี้
กรมเจ้ากระทรวง 5 กรม หมายความว่า
1. กรมพระคลังกลาง เพราะว่าประมาณการรับกำจัดเงินแผ่นดินว่าภาษีอากร และขืน
บัญชาราชการในกระทรวงพระคลังมหาทรัพย์สมบัติทั้งดับ
2. กรมสารบาญชี เพื่อจ่ายเงินแผ่นดิน พร้อมทั้งถือสารบาญชีพระราชทรัพย์ทั้งสิ้น
3. กรมตรวจ สำหรับตรวจบาญชี ตรวจราคา ตรวจรายงานการรับจ่ายเงินราชอาณาจักร
และสรรพราชสมบัติการภาษีอากรทั้งสิ้น
4. กรมเก็บ เพราะด้วยรักษาพระราชทรัพย์ทั้งวายชนม์
5. กรมพระคลังข้างที่ สำหรับควบคุมงานเงินในพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ทั้งสิ้น 8 กรม
พิภัชเป็น 2 แผนก คือ
แผนกหนึ่ง กรมทำการแผ่นดิน มี 3 กรม หมายความว่า
1. กรมกระสาปนสิทธิการ เพื่อทำเงินเหรียญ
2. กรมงานพิมพ์บัตร เนื่องด้วยทำเงินกระดาษและตั๋วตรา
3. กรมราชพัสดุ สำหรับจัดการซื้อจ่ายของห้องหลวงและรับจ่ายของส่วย
อีกแผนกหนึ่ง กรมเจ้าจำนวน เก็บเงินภาษีอากร มี 5 กรม คือ
1. กรมส่วย สำหรับเร่งเงินค่าราชการตัวเลขและค่าแบบแผน
2. กรมสรรพากร เหตุด้วยเก็บเงินอากรต่าง ๆ
3. กรมสรรพภาษี เพราะด้วยเก็บเงินภาษีต่าง ๆ
4. กรมอากรนา สำหรับเก็บเงินอากรค่าที่ต่าง ๆ
5. กรมศุลกากร สำหรับเก็บเงินภาษีขาเข้าขาออก
ซึ่งโดยผลแห่งพระราชบัญญัติ พระธรรมนูญฉบับดังกล่าว กรมสารบาญชี หรือไม่
กรมบัญชีกลางในปัจจุบัน จึงได้ถือกำเนิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ร.ศ.109 (พ.ศ.2433 )
คู่มือเตรียมสอบนักวิทยาการคลังกรมบัญชีปานกลาง