คู่มือสอบปลัดอำเภอ ((เจ่งมากๆ)) เตรียมตัวก่อนลงสนามสอบ

คู่มือสอบปลัดอำเภอ ((1234)) เน้นๆแนวข้อสอบ
 
ทฤษฎีการเมืองกับการกำหนดนโยบายสาธารณะ
ในทางวิชารัฐศาสตร์นั้น มีทฤษฎีหลายทฤษฎีที่ชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างการเมืองกับ
การกำหนดนโยบายสาธารณะ ที่สำคัญ ได้แก่ ทฤษฎีผู้นำ คู่มือสอบปลัดอำเภอ ทฤษฎีกลุ่ม ทฤษฎีสถาบันการตั้งกฎเกณฑ์ และทฤษฎี
ระบบ
.ทฤษฎีผู้นำ (Elite Theory) ทฤษฎีนี้อธิบายว่า คนในสังคมถูกแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ตกว่า คน
กลุ่มน้อยที่มีอำนาจกับคนกลุ่มใหญ่ที่ไม่มีอำนาจ โดยคนกลุ่มน้อยเท่านั้นที่จัดสรรคุณค่าสำหรับ
สังคม คนส่วนใหญ่ไม่ได้มีส่วนตัดสินใจในนโยบายสาธารณะ คนส่วนโหรงที่ทำการปกครองหรือเป็น
ตัวนำไม่ได้เป็นตัวแทนของคนส่วนใหญ่ที่ถูกปกครอง แต่มาจากโครงสร้างเศรษฐกิจสังคมส่วนบน
การเคลื่อนอพยพจากตำแหน่งที่ไม่ใช่ผู้นำไปยังตำแหน่งผู้นำเป็นไปได้ช้า ทั้งนี้ก็เพื่อรักษาความมั่นคง
และหลีกเลี่ยงการปฏิวัตินั่นเอง โดยผู้ที่ไม่ได้เป็นผู้นำซึ่งยอมรับความสมานฉันท์กับผู้นำเท่านั้นที่
สามารถจะกลายเป็นผู้นำได้ ผู้นำจะแสดงความสมานฉันท์กับค่านิยมพื้นฐานของระบบสังคมและ
พยายามสงวนรักษาระบบไว้ นโยบายสาธารณะที่ผู้นำกำหนดจึงไม่ได้สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการ
ของมวลชน แต่เป็นการสนับสนุนค่าแบบของผู้นำมากกว่า การแปรนโยบายสาธารณะจะมี
,, 
,, 
ประเภทเป็นการเพิ่มเติมมากกว่าการปฏิรูป ผู้นำจึงมีอำนาจครอบงำต่อมวลชนมากกว่ามวลชนมีอิทธิพลต่อ
ผู้นำ
สรุป ตามแนวความคิดผู้นำจึงกล่าวได้ว่า ผู้นำซึ่งเป็นคนส่วนน้อยในสังคมจะมีอำนาจเป็นผู้
กำหนดนโยบายสาธารณะให้เป็นไปตามความต้องการของผู้นำ คู่มือสอบปลัดอำเภอ ไม่ใช่ความต้องการของมวลชนส่วน
ใหญ่
.ทฤษฎีกลุ่ม (Group Theory) ทฤษฎีนี้พยายามอธิบายว่านโยบายสาธารณะเป็นผลผลิต
ของการต่อสู้ระหว่างกลุ่มผลประโยชน์ เดวิด ทรูแมน (David Truman) กล่าวว่า กลุ่มผลประโยชน์เป็น
กลุ่มที่มีทัศนคติร่วมกันและสามารถกดดันรัฐบาลได้ กลุ่มผลประโยชน์เปรียบเสมือนสะพานเชื่อม
ระหว่างปัจเจกบุคคลกับรัฐบาล การเมือง คือการต่อสู้ระหว่างกลุ่มต่างๆ เพื่อเข้าไปมีอิทธิพลต่อ
นโยบายสาธารณะ ระบบการเมืองจึงมีหน้าที่จัดการกับความขัดแย้งระหว่างกลุ่ม โดยการสร้างกติกา
ในการต่อสู้ตลอดจนการประนีประนอม และถ่วงดุลผลประโยชน์ในรูปของการกำหนดเป็นนโยบาย
ผู้กำหนดนโยบายสาธารณะจึงต้องตอบสนองต่อแรงดันของกลุ่ม โดยอาศัยวิธีการเจรจา
ต่อรองและการประนีประนอม อย่างไรก็ตามระบบกลุ่มผลประโยชน์ก็ยังอยู่ร่วมกันได้แม้จะมีความ
ขัดแย้งกัน เนื่องจากมีกลุ่มพลังแฝง (Latent Group) ซึ่งคอยควบคุมให้อยู่ในกติกา ไม่ให้มีการทำลาย
ระบบ กลุ่มสมาชิกคาบเกี่ยว (Overlapping Group Membership) ซึ่งคอยปกป้องผลประโยชน์ของตน
ในกลุ่มต่างๆ ที่ตนเป็นสมาชิกและกลุ่มแข่งขัน (Competitive Group) ซึ่งคอยถ่วงดุลซึ่งกันและกัน
.ทฤษฎีสถาบันนิยม (Institutional Theory) จากแนวคิดที่ว่า รัฐศาสตร์ คือ การศึกษา
เกี่ยวกับสถาบันรัฐบาล กิจกรรมต่างๆ ทางการเมืองจึงเกิดขึ้นจากสถาบันของรัฐ ดังนั้นการกำหนด
นโยบายสาธารณะซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งทางการเมืองย่อมมาจากสถาบันของรัฐด้วย หรืออีกนัยหนึ่ง
“นโยบายสาธารณะก็คือนโยบายของรัฐบาล” นั่นเอง ทั้งนี้เนื่องจากรัฐมีความชอบธรรม (Legitimacy)
ในการกำหนดนโยบายสาธารณะ มีเหตุเป็นสากล (Universality) คือ การกระทำของรัฐมีผลต่อคน
ทุกคนในสังคมที่รัฐบาลนั้นปกครอง และมีการผูกขาดอำนาจบังคับ (Coercion)
สรุป แนวคิดนี้พยายามเชื่อมโยงโครงสร้างหน้าที่ของสถาบันรัฐบาลกับการกำหนด
นโยบายสาธารณะเข้าด้วยกัน โดยชี้ให้เห็นว่าสถาบันรัฐบาลเป็นผู้กำหนดนโยบายสาธารณะเพราะ
เป็นอำนาจหน้าที่อันชอบธรรมของรัฐบาล ซึ่งจากเค้าโครงความคิดดังกล่าวจะสะท้อนให้เห็นว่านโยบาย
สาธารณะก็คือนโยบายของรัฐบาลนั่นเอง
4.ทฤษฎีระบบ (System Theory) ทฤษฎีนี้ชี้ให้เห็นว่า นโยบายสาธารณะเป็นการตอบสนอง
ของระบบการเมืองต่อความต้องการที่มาจากสิ่งแวดล้อม ดังนั้น นโยบายสาธารณะจึงเป็นผลผลิต
(Output) ของระบบการเมือง (Political System) ซึ่งเป็นกระบวนการ (Process) ตอบสนองต่อความ
ต้องการของบุคคลหรือกลุ่มซึ่งเป็นปัจจัยป้อนเข้า (Input) ให้ออกมาเป็นผลผลิต ตลอดจนเกิดผล
ย้อนกลับ (Feedback) เพื่อนำไปเป็นปัจจัยแก้ไขพัฒนาปัจจัยนำเข้า ความต้องการดังกล่าวเป็นผลมา
จากการรับรู้สภาวะแวดล้อมของบุคคลหรือกลุ่มต่างๆ คู่มือสอบปลัดอำเภอ ความต้องการเหล่านี้จะถูกป้อนเข้าสู่ระบบ
การเมืองเพื่อทำให้เกิดนโยบายสาธารณะที่สามารถสร้างความพึงพอใจให้อาวุโสบุคคลและกลุ่มที่
เรียกร้องเมื่อมีการนำนโยบายไปประพฤติ
สรุป ตามแนวคิดของทฤษฎีระบบ แนวนโยบายสาธารณะจึงเป็นผลผลิตที่เกิดจากการที่ระบบ
การเมืองแปรเปลี่ยนความต้องการของประชาชน ข้อสอบปลัดอำเภอไปสู่การแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นใน
สภาพแวดล้อมตามข้อเรียกร้องของประชาชน คู่มือสอบปลัดอำเภอ ดังนั้นตามทฤษฎีนี้ความต้องการและการสนับสนุน
จากประชาชนกลุ่มต่างๆ จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการกำหนดนโยบายสาธารณะโดยผ่าน
กระบวนการในระบบการเมือง ซึ่งทฤษฎีระบบนี้เป็นแนวคิดของ David Easton
จากทฤษฎีเหล่านี้ จะเห็นได้ว่าปัจจัยทางการเมืองที่มีอิทธิพลต่อการกำหนดนโยบาย
สาธารณะ ก็คือผู้นำ กลุ่มผลประโยชน์ สถาบันทางการเมือง ตลอดจนเสียงเรียกร้องและความ
ต้องการของประชาชน และกลุ่มต่างๆ ในสังคม ซึ่งเป็นพลังผลักดันให้มีการตัดสินใจและการคัดลอก
นโยบายสาธารณะเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติต่อไป
……………………………………………………………

คู่มือเตรียมสอบ ธกส การลงทุนในบริษัทต่างๆ ((บอกคำเดียว)) มาใหม่ 2558 พ.ศ.2558 คู่มือเตรียมสอบ ธกส การลงทุนในบริษัทต่างๆ (NEW!!) พ.ศ.2558 มาใหม่ 2558 คู่มือเตรียมสอบ ธกส การลงทุนในบริษัทต่างๆ [แม่น!!] พ.ศ.2558 2558

คู่มือเตรียมสอบ ธกส การลงทุนในบริษัทต่างๆ ((บอกคำเดียว))จัดทำใหม่ปี 2558 มาแล้ว ปี 58
 
ธนาคารมีการลงทุนในบริษัทอื่นๆ คู่มือเตรียมสอบ ธกส ที่มีธุรกิจเชื่อมโยงสนับสนุนภาคเกษตรกรรม เพื่อสร้างความ
เข้มแข็งให้เกษตรกรในด้านปัจจัยการผลิตและด้านการตลาด โดยมีตารางแสดงข้อมูลบริษัทที่ธนาคารถือ
หุ้นอยู่โดยตรงไม่เกินร้อยละ 10 ของทุนที่ชำระแล้ว ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2555 เพราะฉะนี้
ลำดับ
ที่ บริษัท วัตถุประสงค์ คู่มือเตรียมสอบ ธกส  มูลค่าที่
ตราไว้
จำนวนหุ้นที่ถือ
ครอง
ร้อยละหุ้น
ที่เป็นเจ้าของ
1 บริษัทไทยแอ็กโกร
เอ็กซเชนจ์ จำกัด
เพื่อสนับสนุนการดำเนินโครงการ
ตลาดกลางสินค้าเกษตรแห่งประเทศ
ไทย (ตลาดไท)
5 10,000,000 5
2 บริษัทไทยธุรกิจ
เกษตร จำกัด
เพื่อชุบชีวิตเรื่องการตลาดและการ
จัดหาปัจจัยการผลิตของเกษตรกร
10 120,000 10
3 บริษัทปุ๋ยเอ็นเอฟซี
จำกัด(มหาชน)
การผลิตปุ๋ยและค้าขายปุ๋ย 0.16 15,800 0.08
การกำกับดูแลกิจการที่ดี
 
นโยบายธรรมาภิบาล
นโยบายด้านธรรมาภิบาล ธ.ก.ส. “คณะกรรมการ และผู้บริหาร ธ.ก.ส. ได้แสดงเจตนาที่จะส่งเสริม
และสนับสนุน ให้มีการนำหลักการและแนวทางดำเนินงานด้านธรรมาภิบาล มายึดถือและปฏิบัติใน ธ.ก.ส. ให้
เกิดเป็นวัฒนธรรมองค์กร พัฒนาระบบการควบคุมภายใน คู่มือเตรียมสอบ ธกส การตรวจสอบ การปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ และ
การบริหารความเสี่ยงที่เป็นมาตรฐาน พร้อมทั้งส่งเสริมให้มีการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างเป็นธรรม
และมีส่วนร่วมในเรื่องสำคัญของ ธ.ก.ส.”
~ 34 ~
มวลจริยธรรมนี้จัดทำขึ้นตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550
มาตรา 279 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ
1. เป็นอุปกรณ์กำกับความประพฤติของผู้ปฏิบัติงานธนาคารเพื่อการเกษตรและ สหกรณ์การเกษตร
ที่สร้างความโปร่งใส มีมาตรฐานในการปฏิบัติงานที่ชัดเจนและเป็นสากล
2. ยึดถือเป็นหลักการและแนวทางปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ และเป็นเครื่องมือการตรวจสอบการดำเนินกิจการ
ด้านต่างๆ ทั้งในระดับองค์กรพร้อมทั้งระดับบุคคล เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามหลักคุณธรรมจริยธรรม
อย่างมีประสิทธิภาพและ ประสิทธิผล
3. ทำให้เกิดรูปแบบองค์กรอันเป็นที่ยอมรับ เพิ่มความน่าเคารพเกิดความปักใจ แก่ผู้รับบริการและ
ประชาชนทั่วไป ตลอดจนผู้มีส่วนได้เสีย
4. ให้เกิดข้อผูกมัดผูกพันระหว่างองค์กรและบุคคลในทุกระดับ ให้ใช้อำนาจในขอบเขต สร้างระบบ
ความรับผิดชอบต่อตนเอง ต่อผู้บังคับบัญชาหรือผู้ใต้บังคับบัญชา ต่อองค์กร ต่อประชาชน และต่อสังคม
ตามลำดับ
5. ป้องกันการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ และความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ที่อาจเกิดขึ้น รวมทั้ง
เสริมสร้างความโปร่งใสในการปฏิบัติงาน
ทั้งนี้ รวมถึงเพื่อใช้เป็นค่านิยมร่วมสำหรับองค์กรและบุคคล พึงยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติควบคู่ไป
กับระเบียบและกฎข้อบังคับอื่นๆอย่างทั่ว ถึงและมีประสิทธิภาพ
จริยธรรมทางธุรกิจและจรรยาบรรณสำหรับกรรมการ คู่มือเตรียมสอบ ธกส ผู้บริหารและพนักงาน
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรได้มีการทบทวนจริยธรรมทางธุรกิจและ
จรรยาบรรณสำหรับกรรมการ ผู้บริหารและพนักงาน ตามแนวทางปฏิบัติที่ดี โดยมี 14 หัวข้อย่อย ดังนี้
1. การเคารพกฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชน
2. การสนับสนุนภาคการเมือง
3. การมีส่วนได้ส่วนเสียและผลประโยชน์ขัดกัน
4. การเก็บรักษาความลับ การเก็บรักษาข้อมูล และการใช้ประกาศภายใน
5. การปฏิบัติต่อผู้บริโภค
6. การดำเนินตนต่อคู่แข่งทางวาณิชย์
7. การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้น
8. การจัดซื้อ เฟ้นหาและการปฏิบัติต่อคู่ค้า
9. การรับผิดชอบต่อชุมชนพร้อมกับสังคมโดยรวม
10. การปฏิบัติต่อกรรมการ ผู้บริหารพร้อมกับพนักงาน
11. การสั่งงานภายในและการตรวจสอบภายใน
12. การรับ การให้ของขวัญ ทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใด
13. ความปลอดภัย สุขอนามัยพร้อมทั้งบริเวณแวดล้อม
14. เงินทอง ทรัพย์สินทางปัญญา และการใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารโทรคมนาคม
ธ.ก.ส.เข้าใจแจ่มแจ้งดีว่าการบริหารความเสี่ยงเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการประกอบ ธุรกิจธนาคาร จึงจัดให้มี
ระบบการบริหารความเสี่ยงอย่างทั่วทั้งองค์กร (Enterprise Risk Management :ERM) เพื่อผลักดัน
การดำเนินงานให้บรรลุเป้าหมาย การสร้างราคาเพิ่มแก่องค์กร และเสริมสร้างการจัดการให้มีความเป็น
ธรรมมาภิบาลให้องค์กรเติบโตอย่าง ยั่งยืน สร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าผู้ใช้บริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
โดยนำกรอบของธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงการคลัง และคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน มาเป็น
แนวทางในการดำเนินงาน

ข้อสอบนายสิบตำรวจ มาแล้ว ปี 58 58 ข้อสอบนายสิบตำรวจ มาแล้ว ปี 58 มาแล้ว ปี 58 ข้อสอบนายสิบตำรวจ มาใหม่ 2558 ล่าสุด 58 ข้อสอบนายสิบตำรวจ ปี 2558 จัดทำใหม่ปี 2558 ข้อสอบนายสิบตำรวจ 2558 ใหม่ปี 58 ข้อสอบนายสิบตำรวจ พ.ศ.2558 จัดทำใหม่ปี 2558

ข้อสอบนายสิบตำรวจ มาใหม่ 2558 ใหม่ปี 58 ข้อสอบนายสิบตำรวจ พ.ศ.2558 ล่าสุด 58
 
ข้อความ 4 ข้าราชการต้องมีจิตสำนึกที่ดีและความรับผิดชอบต่อหน้าที่ เสียสละ ปฏิบัติหน้าที่
ด้วยความปุ๊บ โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ แนวข้อสอบตำรวจ โดยอย่างน้อยต้องวางตน เพราะเหตุนี้
(1) อุทิศตนให้กับการปฏิบัติงานในหน้าที่ด้วยความรอบคอบประณีตบรรจง และเต็มกำลัง
ความสามารถที่มีอยู่ ในกรณีที่ต้องไปปฏิบัติงานอื่นของรัฐด้วย จะต้องไม่ทำให้งานในหน้าที่
ป่นปี้
(2) ละเว้นจากการกระทำทั้งปวงที่จะก่อให้เกิดความฉิบหายต่อตำแหน่งหน้าที่ของตนหรือ
ของข้าราชการอื่น ไม่ก้าวก่ายหรือแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการอื่นโดยมิชอบ
(3) ใช้ดุลพินิจและวินิจฉัยใจในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรู้ ความสามารถ เยี่ยงที่ปฏิบัติใน
วิชาชีพ ตรงไปตรงมา ปราศจากอคติส่วนตน ตามข้อมูลพยานหลักฐานด้วยกันความเหมาะสมของแต่
(4) เมื่อเกิดความผิดพลาดขึ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ ต้องรีบแก้ไขให้ถูกต้อง และแจ้งให้
หัวหน้าส่วนราชการทราบโดยพลัน
(5) ไม่ขัดขวางการตรวจสอบของหน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบตามกฎหมายหรือไม่ แนวข้อสอบตำรวจ
ประชาชนต้องให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบตามกฎหมายหรือประชาชนในการ
ตรวจสอบโดยให้ข้อมูลที่เป็นจริงและครบถ้วน เมื่อได้รับคำร้องขอในการตรวจสอบ
(6) ไม่สั่งราชการด้วยวาจาในเรื่องที่อาจก่อให้เกิดความหายนะแก่ราชการ ในกรณีที่สั่ง
ราชการด้วยวาจาในเรื่องดังกล่าว ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาบันทึกเรื่องเป็นลายลักษณ์อักษรตามคำสั่ง
เพื่อให้ผู้สั่งพิจารณาสั่งการต่อไป
ข้อ 5 ข้าราชการต้องแยกเรื่องส่วนตัวออกจากตำแหน่งหน้าที่ แนวข้อสอบตำรวจ และยึดถือประโยชน์
ส่วนรวมของประเทศชาติ เหนือกว่าคุณประโยชน์ส่วนตน โดยอย่างน้อยต้องวางตน ดังนี้
(1) ไม่นำความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ตนมีต่อบุคคลอื่น ไม่ว่าจะเป็นญาติพี่น้อง พรรคพวกเพื่อน
ฝูง หรือผู้มีบุญคุณส่วนตัว มาประกอบการใช้ดุลพินิจให้เป็นคุณหรือเป็นโทษแก่บุคคลนั้น หรือ
ปฏิบัติต่อบุคคลนั้นต่างจากบุคคลอื่นเพราะชอบหรือชัง
(2) ไม่ใช้เวลาราชการ เงิน ทรัพย์สิน บุคลากร บริการ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกของทาง
ราชการไปเพื่อประโยชน์ส่วนตัวของตนเองหรือผู้อื่น เว้นแต่ได้รับอนุญาตโดยชอบด้วยกฎหมาย
(3) ไม่กระทำการใด หรือดำรงตำแหน่ง หรือปฏิบัติการใดในฐานะส่วนตัว ซึ่งก่อให้เกิด
ความเคลือบแคลงหรือสงสัยว่าจะขัดกับประโยชน์ส่วนรวมที่อยู่ในความรับผิดชอบของหน้าที่ใน
กรณีมีความเคลือบแคลงหรือสงสัย ให้ข้าราชการผู้นั้นยุติการกระทำดังกล่าวไว้ก่อน แล้วแจ้งให้
ผู้บังคับบัญชา หัวหน้าส่วนราชการ และคณะกรรมการจริยธรรมพิจารณา แนวข้อสอบตำรวจ เมื่อคณะกรรมการ
จริยธรรมวินิจฉัยเป็นประการใดแล้วจึงปฏิบัติตามนั้น
(4) ในการปฏิบัติหน้าที่ที่รับผิดชอบในหน่วยงานโดยตรงหรือหน้าที่อื่นในราชการ
รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน หรือหน่วยงานของรัฐ ข้าราชการต้องยึดถือประโยชน์ของทางราชการ
เป็นหลัก ในกรณีที่มีความขัดแย้งระหว่างประโยชน์ของทางราชการ หรือประโยชน์ส่วนรวมกับ
ประโยชน์ส่วนตนหรือส่วนกลุ่ม อันจำเป็นต้องวินิจฉัยหรือชี้ขาด ต้องยึดประโยชน์ของทางราชการ
และประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ
ข้อ 6 ข้าราชการต้องละเว้นจากการแสวงประโยชน์ที่มิชอบโดยอาศัยตำแหน่งหน้าที่และ
ไม่กระทำการอันเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนและประโยชน์ส่วนรวม โดยอย่างน้อย
ต้องวางตน ดังนี้
(1) ไม่เรียก รับ หรือยอมจะรับ หรือยอมให้ผู้อื่นเรียก รับ หรือยอมจะรับซึ่งของขวัญแทน
ตนหรือญาติของตน ไม่ว่าก่อนหรือหลังดำรงตำแหน่งหรือปฏิบัติหน้าที่ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องหรือไม่
เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ก็ตาม เว้นแต่เป็นการให้โดยธรรมจรรยา หรือเป็นการให้ตาม
ประเพณีหรือให้แก่บุคคลทั่วไป
(2) ไม่ใช้ตำแหน่ง หรือกระทำการที่เป็นคุณ หรือเป็นโทษแก่บุคคลใด เพราะมีอคติ
(3) ไม่เสนอ หรืออนุมัติโครงการ การดำเนินการ หรือการทำนิติกรรมหรือสัญญา ซึ่ง
ตนเองหรือบุคคลอื่นจะได้ประโยชน์อันมิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายหรือประมวลจริยธรรมนี้
ข้อ 7 ข้าราชการต้องเคารพและปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา
โดยอย่างน้อยต้องวางตน ดังนี้
(1) ไม่ละเมิดรัฐธรรมนูญ กฎหมาย กฎ ข้อบังคับหรือมติคณะรัฐมนตรีที่ชอบด้วยกฎหมาย
ในกรณีมีข้อสงสัย หรือมีข้อทักท้วงว่าการกระทำไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ กฎหมาย กฎ ข้อบังคับ
หรือมติคณะรัฐมนตรีที่ชอบด้วยกฎหมาย แนวข้อสอบตำรวจ ข้าราชการต้องแจ้งให้หัวหน้าส่วนราชการและคณะ
กรรม การจริยธรรมพิจารณา และจะดำเนินการต่อไปได้ต่อเมื่อได้ข้อยุติจากหน่วยงานที่มีอำนาจ
หน้าที่แล้ว
(2) ในกรณีที่เห็นว่าคำสั่งผู้บังคับบัญชา แนวข้อสอบตำรวจ หรือการดำเนินการใดที่ตนมีส่วนเกี่ยวข้องไม่ชอบ
ด้วยรัฐธรรมนูญ กฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับ ต้องทักท้วงเป็นลายลักษณ์อักษรไว้
(3) ในกรณีที่เห็นว่ามติคณะรัฐมนตรีไม่ชอบด้วยกฎหมาย ต้องทำเรื่องเสนอให้หัวหน้า
ส่วนราชการพิจารณา และส่งเรื่องให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีดำเนินการให้ได้ข้อยุติทาง
กฎหมายต่อไป
(4) ไม่เลี่ยงกฎหมาย ใช้หรือแนะนำให้ใช้ช่องว่างของกฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบของ
ตนเพื่อประโยชน์ของตนเองหรือผู้อื่น และต้องเร่งแก้ไขช่องว่างดังกล่าวโดยเร็ว
(5) ไม่ยอมให้บุคคลอื่นอาศัยชื่อตนเองถือครองทรัพย์สิน สิทธิ หรือประโยชน์อื่นใดแทน
บุคคลอื่นอันเป็นการเลี่ยงกฎหมาย หรือใช้ชื่อมนุษย์อื่นถือครองสิ่งดังกล่าวแทนตนเพื่อปกปิด
ทรัพย์สินของตน
(6) เมื่อทราบว่ามีการละเมิด หรือไม่ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ในส่วนราชการของตน หัวหน้า
ส่วนราชการต้องดำเนินการที่จำเป็น เพื่อให้เกิดการเคารพกฎหมายขึ้นโดยเร็ว
(7) เมื่อได้รับคำร้อง หรือคำแนะนำจากผู้ตรวจการแผ่นดิน หรือหน่วยงานอื่นว่าข้อบังคับ
กฎ หรือข้อบังคับ ที่อยู่ในความรับผิดชอบของส่วนราชการของตน สร้างภาระเกินสมควรแก่
ประชาชน หรือสร้างความไม่เป็นธรรมให้เกิดขึ้น ต้องจากการทบทวนกฎหมาย กฎ หรือ
ข้อบังคับดังกล่าวโดยเร็ว
ข้อ 8 ข้าราชการต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความชอบด้วยเหตุผล แนวข้อสอบตำรวจ เป็นกลางทางการเมือง ให้บริการ
แก่ประชาชนโดยมีอัธยาศัยที่ดีและไม่เลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม โดยอย่างน้อยต้องวางตน ดังนี้
(1) ปฏิบัติหน้าที่ให้ลุล่วง โดยไม่หลีกเลี่ยง ละเลย หรือละเว้นการใช้อำนาจเกินกว่าที่มีอยู่
ตามกฎหมาย
(2) ปฏิบัติหน้าที่ หรือดำเนินการอื่น โดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และสิทธิ
เสรีภาพของบุคคล ไม่กระทำการให้กระทบสิทธิเสรีภาพของบุคคลหรือก่อภาระหรือหน้าที่ให้
บุคคลโดยไม่มีอำนาจตามกฎหมาย
(3) ให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนโดยมีอัธยาศัยที่ดี ปราศจากอคติ และ
ไม่เลือกปฏิบัติต่อบุคคลผู้มาติดต่อโดยไม่เป็นธรรมในเรื่องถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ
ความพิการ สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม ความเชื่อ
ทางศาสนา การศึกษา อบรม หรือความคิดเห็นทางการเมืองอันไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เว้นแต่จะ
ดำเนินการตามมาตรการที่รัฐกำหนดขึ้น เพื่อขจัดอุปสรรค หรือส่งเสริมให้บุคคลสามารถใช้สิทธิ
และเสรีภาพได้ เช่นเดียวกับบุคคลอื่น หรือเป็นการเลือกปฏิบัติที่มีเหตุผล เป็นธรรม และเป็นที่
ยอมรับกันทั่วไป
(4) ละเว้นการให้สัมภาษณ์ การอภิปราย แนวข้อสอบตำรวจ การแสดงปาฐกถา การบรรยายหรือการวิพากษ์
วิจารณ์อันกระทบต่อความเป็นกลางทางการเมือง เว้นแต่เป็นการแสดงความเข้าใจทางวิชาการตาม
หลักวิชา
(5) ไม่เอื้อผลเป็นพิเศษให้แก่ญาติพี่น้อง พรรคพวก เพื่อนเกลอหรือผู้มีบุญคุณและ
ต้อง
ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเที่ยงธรรมไม่เห็นแก่หน้าผู้ใด
(6) ไม่ลอกหรือนำผลงานของผู้อื่นมาใช้เป็นของตนเองโดยมิได้ระบุแหล่งที่มา
ข้อ 9 ข้าราชการต้องปฏิบัติการตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของทางราชการอย่าง
เคร่งครัดและรวดเร็ว ไม่ถ่วงเวลาให้เนิ่นช้าและใช้ข้อมูลข่าวสารที่ได้มาจากการทำงานเพื่อการ
ในหน้าที่และให้ข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชนอย่างครบถ้วน แน่นอน ทันการณ์ และไม่บิดเบน
ข้อเท็จจริงโดยอย่างน้อยต้องวางตน ดังนี้
(1) ไม่ใช้ข้อมูลที่ได้มาจากการดำเนินงานไปเพื่อการอื่น อันไม่ใช่การปฏิบัติหน้าที่โดย
เฉพาะอย่างยิ่งเพื่อเอื้อประโยชน์แก่ตนเองหรือบุคคลอื่น
(2) ชี้แจง แสดงเหตุผลที่แท้จริงอย่างพร้อมเพรียงในกรณีที่กระทำการอันกระทบต่อสิทธิและ
เสรีภาพบุคคลอื่น ไม่อนุญาต หรือไม่อนุมัติตามคำขอของบุคคล หรือเมื่อบุคคลร้องขอตาม
กฎหมาย เว้นแต่การอันคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองตามกฎหมายว่าด้วยวิธี
ปฏิบัติราชการทางปกครองได้กำหนดยกเว้นไว้ ทั้งนี้ แนวข้อสอบตำรวจ จะต้องดำเนินการภายในสิบห้าวันทำการ
นับแต่กระทำการดังกล่าวหรือได้รับการร้องขอ
ข้อ 10 ข้าราชการต้องมุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน รักษาคุณลักษณะและมาตรฐานแห่งวิชาชีพโดย
เคร่งครัด โดยอย่างน้อยต้องวางตน 

ข้อสอบนายสิบตำรวจสายปราบปราม ข้อสอบนายสิบตำรวจ ใหม่ปี 58 มาใหม่ 2558 ข้อสอบนายสิบตำรวจ ล่าสุด 58 NEW 58

ข้อสอบนายสิบตำรวจ จัดทำใหม่ปี 2558 ล่าสุด 2558

ข้อสอบนายสิบตำรวจ ใหม่ปี 58 พ.ศ.2558

านก่อนใคร!! แนวข้อสอบ ข้อสอบนายสิบตำรวจสายปราบปราม
ย่านข้อสอบวิชาภาษาไทย ชุดที่ 1
โปรตีนเป็นสารภักษ์ที่มีความสำคัญต่อการเจริญเจริญ โดยเฉพาะในระยะตั้งครรภ์ความต้องการของ
โปรตีนจะเพิ่มขึ้น นอกจานี้ระยะการให้นมบุตรความต้องการโปรตีนด้วย ขณะเดียวกันเด็กที่อยู่ในวัยที่กำลัง
เจริญเติบโตจะมีความต้องการโปรตีนมากกว่าผู้ใหญ่ ข้อสอบนายสิบตำรวจสายปราบปรามดังนั้นอาหารที่มีโปรตีนสูงจึงเป็นอาหารที่ควรได้รับ
อาหารที่มีโปรตีนสูง ได้แก่ เนื้อสัตว์ต่างๆ ไข่ นม ถั่วเหลือง เช่น เนื้อไก่ เนื้อเป็ด ปลาทู เนื้อวัวไม่ติดมัน จะมี
โปรตีนประมาณ 200 ต่อ 100 กรัมของอาหาร ส่วนไข่จะมีโปรตีนประมาณ 13 กรัม ต่อ 100 กรัมของอาหาร และถั่ว
เหลืองเป็นพืชที่มีโปรตีนสูงถึงร้อยละประมาณ 34
การกินอาหารที่มีโปรตีนสูง โดยเฉพาะคนที่อยู่ในประเทศที่พัฒนาการแล้ว พบว่าได้รับโปรตีนปริมาณสูงกว่าคน
ในประเทศที่กำลังพัฒนา ซึ่งคนส่วนใหญ่จะขาดอาหาร การได้รับโปรตีนสูงเกินไปจะไม่มีคุณประโยชน์ ตรงกันข้ามจะเพิ่ม
ความเสี่ยง เช่น อาจเป็นโรคอ้วน เนื่องจากอาหารการกินที่มีโปรตีนสูงมักจะเป็นเนื้อสัตว์ติดมัน ถ้าเป็นเด็กหรือทารกร่างกายไม่
สามารถที่จะปรับตัวกับปริมาณโปรตีนสูงๆ ที่กินเข้าไป
การกินอาหารที่มีโปรตีนสูง จะทำให้กินอาหารอื่นได้น้อยลง โอกาสที่จะทำให้เกิดการขาดสารอาหารชนิดอื่น
เป็นไปได้สูง และการกินอาหารที่มีโปรตีนสูงทำให้ข้อสอบนายสิบตำรวจสายปราบปรามร่างกายต้องโภคแคลเซียมสูงด้วยเพราะทำให้ร่างกายเพิ่มการกำจัด
แคลเซียมออกจากร่างกาย
ดังนั้น การกินอาหารจึงควรมีโปรตีนในจำนวนรวมที่พอเหมาะ
(ขวัญเรือน ปักษ์แรก เดือนสิงหาคม 2546)
1.ประโยคใจความสำคัญของเรื่องนี้คือข้อใด
ก. การกินอาหารทีมีโปรตีนสูงทำให้อิ่มเร็วขึ้น
ข. ควรกินอาหารที่มีโปรตีนในปริมาณพอเหมาะ
ค. โปรตีนเป็นสารอาหารที่มีความสำคัญต่อข้อสอบนายสิบตำรวจสายปราบปรามการเจริญเติบโต
ง. อาหารที่มีโปรตีนสูง ได้แก่ เนื้อสัตว์ต่างๆ ไข่ นม ถั่วเมล็ดแห้ง
ตอบ ค. โปรตีนเป็นสารอาหารที่มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโต
2. ใจความสำคัญของย่อหน้าที่ 4 คือข้อใด 
ก. ร่างกายเพิ่มการกำจัดแคลเซียมได้มากขึ้น
ข. โอกาสขาดสารอาหารชนิดอื่นๆ เป็นไปได้สูง  
ค. การกินอาหารที่มีโปรตีนสูง จะทำให้กินอาหารอื่นได้น้อยลง
ง. การกินอาหารที่มีโปรตีนสูงทำให้ร่างกายต้องกินแคลเซียมสูงด้วย
ตอบ ค. การกินอาหารที่มีโปรตีนสูง จะทำให้กินอาหารอื่นได้น้อยลง
3. ข้อใดเรียงลำดับจากเรื่องที่อ่านได้แม่น
1) การกินอาหารจึงควรจะมีโปรตีนในปริมาณที่พอเหมาะ
2) การกินอาหารที่มีโปรตีนสูง ข้อสอบนายสิบตำรวจสายปราบปราม จะทำให้หม่ำอาหารอื่นได้น้อยลง
3) การกินอาหารที่มีโปรตีนสูง ทำให้ร่างกายต้องกินแคลเซียมสูงด้วย
4) การที่ได้รับโปรตีนสูงเกินไปจะไม่มีประโยชน์ จะเพิ่มความเสี่ยงอาจเป็นโรคอ้วนได้
ก. 2 1 3 4 ข. 4 2 1 3
ค. 1 2 3 4 ง. 4 3 2 1
ตอบ ง. 4 3 2 1
4. จากเนื้อความข้างต้นข้อสอบตำรวจผู้เขียนมีจุดประสงค์อย่างไร
ก. แนะนำ ข. วิสัชนา
ค. สั่งสอน ง. ให้ข้อคิด
ตอบ ข. ชี้แจง
5. ความคิดสำคัญของเรื่องนี้คือเช่นไร
ก. สตรีมีครรภ์ควรทานอาหารประเภทโปรตีนมากๆ
ข. ผู้ที่อยู่ในวัยเด็กควรทานอาหารประเภทโปรตีน
ค. ผู้ที่กินอาหารประเภทโปรตีนมากมีโอกาสเป็นโรคอ้วน
ง. โปรตีนเป็นสารอาหารที่มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโต
ตอบ ง. โปรตีนเป็นสารอาหารที่มี ข้อสอบนายสิบตำรวจสายปราบปราม ความสำคัญต่อการเจริญเติบโต
 

 

ใหม่ล่าสุด ข้อสอบนายสิบ ผู้พิทักษ์สันติราษฎ์

เรี่ยมปัจจุบัน ข้อสอบนายสิบ ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์
เงื่อนไขภาษา คือ เงื่อนไขที่โจทย์ให้มาอาจจะเป็นภาษาล้วนๆ หรือเป็นตัวเลข
เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยก็ได้ และให้ผู้เข้าสอบพิจารณาข้อมูลจากผลสรุปว่าถูกต้องหรือไม่จาก
เงื่อนไขที่ให้มาข้างต้น
ตัวอย่างเงื่อนไขภาษา
คำสั่ง คำถามในแต่ละหัวข้อมีข้อสรุปที่ 1 และข้อสรุปที่ 2 ให้พิจารณาข้อสรุปดังกล่าว
โดยอาศัยเงื่อนไขจากที่โจทย์หมายไว้ให้มา และให้ตอบดังนี้
ตอบ 1 ถ้ามีข้อสรุปเป็นจริงทั้งสองข้อ
ตอบ 2 ถ้ามีข้อสรุปไม่เป็นจริงทั้งสองข้อ
ตอบ 3 ถ้าข้อสรุปทั้งสองข้อไม่สามารถสรุปได้แน่ชัดแจ้งว่าเป็นจริงหรือไม่ตาม
เงื่อนไขที่ให้มา
ตอบ 4 ถ้าข้อสรุปทั้งสองข้อ สรุปได้ไม่ตรงกัน
เงื่อนไขที่ 1
– สุรัตน์ พรศรี และชม้อย เป็นเพื่อนฝูงร่วมห้องกัน
– คนทั้งสามคน มีอาชีพ กีฬา ดาราที่จับใจและเจ็บไข้ได้ป่วยไม่เหมือนกัน
– ดาราที่ชื่นชอบและอาชีพของแต่ละคนจะมีพยัญชนะหน้าเหมือนกับพยัญชนะตัว
หน้าของชื่อของเขา
– ดาราที่เขาชอบคือ สกาวใจ พัชราภา และ ชลลดา
– อาชีพของเขาคือ สถาปนิก พิมพ์งาน ชาวสวน
– อาการเจ็บป่วยของพวกเขาคือ ปวดหัว ปวดท้อง กระเพาะ
– กีฬาที่เขาชอบคือ ว่ายน้ำ เทนนิส ปิงปอง
– ชม้อยเป็นโรคกระเพาะและชอบเล่นปิงปอง
ข้อ 1 ข้อสรุปที่ 1 สุรัตน์ มีอาการปวดหัว
ข้อสรุปที่ 2 สุรัตน์เล่นกีฬาว่ายน้ำ
ข้อ 2 ข้อสรุปที่ 1 พรศรี ชอบดาราดังชม้อย
ข้อสรุปที่ 2 สุรัตน์ทำเพลงกีฬาเทนนิส
35
ข้อ 3 ข้อสรุปที่ 1 สุรัตน์ชอบเล่นกีฬาว่ายน้ำและมีอาชีพเป็นสถาปนิก
ข้อสรุปที่ 2 ชม้อยชอบดาราชลลดา
ข้อ 4 ข้อสรุปที่ 1 พรศรี มีอาชีพพิมพ์งาน
ข้อสรุปที่ 2 พรศรี ชอบดาราโปรดปรานมากคือพัชราภา
ข้อ 5 ข้อสรุปที่ 1 ชม้อยเป็นชาวสวนแต่ก้อมีโรคประจำตัวคือเป็นโรคประเพาะ
ข้อสรุปที่ 2 สุรัตน์โปรดปรานสกาวดวงหทัยมาก
เงื่อนไขที่ 2
– นางเอไม่กินเหล้า
– นางน้อยเพื่อนางชม้อยเป็นชาวนา
– เพื่อนของนางชม้อยทุกคนกินเหล้า
– นางแดงเพื่อนของนางชม้อยเป็นครู
– นางชม้อยเป็นแม่บ้าน
ข้อ 6 ข้อสรุปที่ 1 นางเอดื่มเหล้า
ข้อสรุปที่ 2 นางน้อยดื่มเหล้า
ข้อ 7 ข้อสรุปที่ 1 นางน้อยเป็นชาวนา
ข้อสรุปที่ 2 นางแดงถึงแม้จะเป็นครูก็ยังดื่มเหล้า
ข้อ 8 ข้อสรุปที่ 1 นางชม้อยเป็นเพื่อนกับนางเอ
ข้อสรุปที่ 2 นางเอดื่มเหล้าเช่นเดียวกับนางแดง
ข้อ 9 ข้อสรุปที่ 1 ครูดื่มเหล้า
ข้อสรุปที่ 2 แม่บ้านดื่มเหล้า
ข้อ 10 ข้อสรุปที่ 1 นางเอไม่ได้เป็นเพื่อนกับนางชม้อย
ข้อสรุปที่ 2 นางน้อยเป็นเกษตรกร
เงื่อนไขที่ 3
– คนใต้ผิวดำ
– คนเหนือผิวขาว
– คนอีกสานผิวเหลือง
– คนดำทุกคนเล่นฟุตบอล
– คนผิวสีขาวทุกคนกินข้าวเหนียว
36
– คนดำสวย
– คนอีสานเป็นกระ
ข้อ 11 ข้อสรุปที่ 1 คนใต้เป็นคนสวยทุกคน
ข้อสรุปที่ 2 คนใต้กินข้าวเหนียว
ข้อ 12 ข้อสรุปที่ 1 คนอีสานกินข้าวเหนียว
ข้อสรุปที่ 2 คนอีสานเป็นกระ
ข้อ 13 ข้อสรุปที่ 1 คนเหนือกินข้าวเหนียวทุกคน
ข้อสรุปที่ 2 คนเหนือบางคนไม่เกินข้าวเหนียว
ข้อ 14 ข้อสรุปที่ 1 คนที่เล่นฟุตบอลทุกคนผิวดำ
ข้อสรุปที่ 2 คนที่เป็นกระทุกท่านเป็นคนอีสาน
ข้อ 15 ข้อสรุปที่ 1 คนใต้และคนอีสานบางคนเป็นกระ
ข้อสรุปที่ 2 คนเหนือ คนใต้ และคนอีกสานชอบกินข้าวเหนียว
เงื่อนไขที่ 4
– ทุกคนเป็นเพื่อนกัน
– นายเอไม่เล่นฟุตบอล
– นายบีเล่นฟุตบอล
– นายซีเป็นอาจารย์
– ภรรยานายซีไม่เล่นฟุตบอล
– ญาติของนายซีเล่นฟุตบอลทุกคน
– นายบีเป็นเพื่อนพร้อมกับนายดี
– นายดีเป็นญาติของนายซีและเป็นภารโรง
– นายอีเป็นเพื่อนนายดี
– นายเอฟเป็นญาตินายซีและเป็นชาวนา
ข้อ 16 ข้อสรุปที่ 1 ทุกคนเล่นฟุตบอลยกเว้นภรรยานายซี
ข้อสรุปที่ 2 นายดีเป็นภารโรงและเล่นฟุตบอล
ข้อ 17 ข้อสรุปที่ 1 นายเอฟและนายเอเล่นฟุตบอล
ข้อสรุปที่ 2 นายซีเป็นอาจารย์และเล่นฟุตบอล
ข้อ 18 ข้อสรุปที่ 1 นายบีและนายดีเล่นฟุตบอล
ข้อสรุปที่ 2 นายซีและญาติๆ เล่นฟุตบอลทุกคน
37
ข้อ 19 ข้อสรุปที่ 1 ภรรยานายซีเป็นแม่บ้านที่เล่นฟุตบอล
ข้อสรุปที่ 2 เอกับบีเป็นเพื่อนกัน
ข้อ 20 ข้อสรุปที่ 1 นายเอเล่นฟุตบอลเฉพาะก้อเป็นเพื่อนกับภรรยานายซี
ข้อสรุปที่ 2 นายซีเล่นฟุตบอล
เงื่อนไขที่ 5
– ทุกคนที่สอบบรรจุเป็นข้าราชการ ต้องผ่านภาค ก. ทุกคน
– คนที่สอบบรรจุได้จบปริญญาตรี
– คนที่จบปริญญาตรีทุกคนมีความเพียรพยายาม
– ข้อสอบตำรวจคนที่สอบข้าราชการทุกคนต้องอ่านหนังสือ
– สมศรีเป็นเจ้าหน้าที่
– เพื่อนสมศรีทุกคนมีความพยายาม
– สมทรงเป็นเพื่อนสมศรีคือตำรวจอยู่ชายแดน
– กิตติศักดิ์เป็นเพื่อนสมทรงข้อสอบข้าราชการได้
– ญาติของสมศรีทุกคนเป็นชาวนา
– ชาวนาทุกคนไม่ได้เรียนหนังสือ
– ชาวนาทุกคนทำงานอยู่ต่างจังหวัด
– ลำยองเป็นญาติสมศรีทำงานธำรงต่างจังหวัด
ข้อ 21 ข้อสรุปที่ 1 ลำยองอ่านหนังสือ
ข้อสรุปที่ 2 ลำยองเป็นชาวนา
ข้อ 22 ข้อสรุปที่ 1 สมศรีอ่านหนังสือ
ข้อสรุปที่ 2 สมศรีมีความพยายาม
ข้อ 23 ข้อสรุปที่ 1 ข้าราชการทุกคน ต้องจบปริญญาตรี มีความพยายาม
และอ่านคู่มือ
ข้อสรุปที่ 2 กิตติศักดิ์อยู่
ข้อ 24 ข้อสรุปที่ 1 สมทรงอยู่ต่างจังหวัดและเรียนจบปริญญาตรี
ข้อสรุปที่ 2 สมทรงจบปริญญาตรี
ข้อ 25 ข้อสรุปที่ 1 สมศรี สมทรงและกิตติศักดิ์สอบผ่านภาค ก.
ข้อสรุปที่ 2 ลำยองมีความพยายาม

((BOM)) จริยธรรมของตำรวจ สอบนายสิบตำรวจ UP DATE ปี 57

new จริยธรรมของตำรวจ สอบนายสิบตำรวจ ปี 2557
ข้าราชการตำรวจต้องเคารพ ความเลื่อมใส พร้อมด้วยยึดมั่นการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี
พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งต้องประพฤติปฏิบัติ ดังนี้
(1) จงรักภักดีและเทิดทูนพระมหากษัตริย์ พระราชินี สอบนายสิบตำรวจ และพระรัชทายาท พร้อมทั้งไม่
ยอมให้ผู้ใดล่วงละเมิด
(2) สนับสนุนการเมืองประชาธิปไตยด้วยศรัทธา มีความเป็นกลางทางการเมืองไม่
เป็นผู้บริหารหรือกรรมการพรรคการเมือง และไม่กระทำการใด ๆ อันเป็นคุณหรือว่าเป็นโทษแก่พรรค
การเมือง หรือผู้สมัครรับเลือกตั้งทั้งในระดับชาติและท้องถิ่น
ข้าราชการตำรวจต้องเคารพสิทธิและเสรีภาพของประชาชนตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ
และตามกฎหมายอื่นโดยเคร่งครัด สอบนายสิบตำรวจ โดยไม่เลือกปฏิบัติ
ข้าราชการตำรวจต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ ผลที่เกิดขึ้นและเกิดประโยชน์สูงสุด
โดยคำนึงถึงประโยชน์ของทางราชการ ประชาชน ชุมชน และประเทศชาติ เป็นสำคัญ ซึ่งต้อง
ประพฤติปฏิบัติ ดังนี้
(1) ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรวดเร็ว กระตือรือร้น รอบคอบ โปร่งใส ตรวจสอบได้
และเป็นธรรม
(2) ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความวิริยะอุตสาหะ ขยันหมั่นเพียร เสียสละ สอบนายสิบตำรวจ ใช้ปฏิภาณไหว
พริบ กล้าหาญและกัดฟัน
(3) ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ความเต็มใจ ไม่ละทิ้งหน้าที่ ไม่หลีกเลี่ยง
หรือปัดความรับผิดชอบ
(4) ดูแลรักษาและใช้ทรัพย์สินของทางราชการอย่างประหยัดคุ้มค่า โดยระแวดระวัง
มิให้เสียหายหรือสิ้นเปลืองเยี่ยงวิญญูชนจะพึงปฏิบัติต่อทรัพย์สินของตนเอง
(5) รักษาความลับของทางราชการ และความลับที่ได้มาจากการปฏิบัติหน้าที่ ใช่ไหม
จากประชาชนผู้มาติดต่อราชการ เว้นแต่เป็นการเปิดเผยเพื่อประโยชน์ในกระบวนการยุติธรรม หรือ
การตรวจสอบตามที่กฎหมาย กฎ ข้อออกกฎ กำหนด
ข้าราชการตำรวจต้องมีจิตสำนึกของความเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์เพื่อให้ประชาชน
ศรัทธาและเชื่อมั่น ซึ่งต้องประพฤติปฏิบัติ ดังนี้
(1) มีท่าทีเป็นมิตร มีมนุษยสัมพันธ์อันดี และมีความสุภาพอ่อนโยนต่อประชาชน
ผู้รับบริการ รวมทั้งให้บริการประชาชนด้วยความเต็มใจ รวดเร็ว และไม่เลือกทำตัว
(2) ปฏิบัติตนให้เป็นที่เชื่อถือไว้วางใจของประชาชน ไม่เอารัด ไม่แสดงกริยา
หรือท่าทางไม่สุภาพหรือไม่ให้เกียรติ รวมทั้งไม่ใช้ถ้อยคำ กริยา หรือท่าทาง ที่มีลักษณะโหดร้าย
ดูหมิ่น หรือเหยียดหยามกลางเมือง
(3) เอื้ออารี สงเคราะห์ และช่วยเหลือประชาชนเมื่ออยู่ในขั้นที่จำเป็นต้องได้รับ
ความช่วยเหลือ ไม่ก็ประสบเคราะห์จากอุบัติเหตุ การละเมิดกฎหมาย หรือภัยอื่น ๆ ไม่ว่าบุคคลนั้น
จะเป็นผู้ต้องสงสัยหรือผู้กระทำผิดกฎหมายหรือไม่
(4) ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของทางราชการอย่าง
กวดขัน การให้ข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชนที่ร้องขอ ต้องดำเนินการด้วยความรวดเร็วไม่ถ่วงเวลา
ให้เนิ่นช้า และไม่ให้ข้อมูลข่าวสารอันเป็นเท็จแก่ประชาชน
ข้าราชการตำรวจต้องหมั่นศึกษาหาความรู้อยู่ตลอดเวลา เพื่อวิวัฒน์ตนเองให้ทันโลกทัน
เหตุการณ์ และมีความชำนาญการในงานที่อยู่ในความรับผิดชอบ รวมทั้งต้องศึกษาหาความรู้
เกี่ยวกับกฎหมาย ระเบียบ ธรรมเนียมการปฏิบัติของส่วนราชการในกระบวนการยุติธรรม เช่น ฝ่าย
อัยการ ศาล ราชทัณฑ์ และกระทรวง ทบวง กรมอื่น ที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่และความรับผิดชอบของ
ตน เพื่อสามารถประสานงานได้อย่างกลมกลืนแนบเนียน และเป็นประโยชน์ต่อราชการของ
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ข้าราชการตำรวจต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตและยึดมั่นในศีลธรรม สอบนายสิบตำรวจ โดยยึดประโยชน์
ส่วนรวมเหนือประโยชน์ส่วนตน ซึ่งต้องประพฤติปฏิบัติ ดังนี้
(1) ไม่ใช้ตำแหน่ง อำนาจหรือหน้าที่ หรือไม่ยอมให้ผู้อื่นใช้ตำแหน่ง อำนาจหรือ
หน้าที่ของตน แสวงหาประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่น
(2) ไม่ใช้ตำแหน่ง อำนาจหรือหน้าที่ หรือไม่ยอมให้ผู้อื่นใช้ตำแหน่ง อำนาจหรือ
หน้าที่ของตน ไปในทางจูงใจหรือมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ การใช้ดุลพินิจ หรือการกระทำของ
ข้าราชการตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอื่น อันเป็นผลให้การตัดสินใจ การใช้ดุลพินิจ หรือการกระทำ
ของผู้นั้นสูญเสียความเที่ยงธรรมและยุติธรรม
(3) ไม่รับของขวัญนอกเหนือจากโอกาสและกาลตามประเพณีนิยม และของขวัญ
นั้น ต้องมีมูลค่าตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติประกาศกำหนด
(4) ไม่ใช้เวลาราชการหรือทรัพย์ของราชการเพื่อธุรกิจหรือประโยชน์ส่วนตน
(5) ไม่ประกอบอาชีพเสริมซึ่งมีลักษณะเป็นผลประโยชน์ทับซ้อน หรือเป็นการ
ขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนกับประโยชน์ส่วนรวม
(6) ดำรงชีวิตส่วนตัวไม่ให้เกิดมลทินมัวหมองต่อตำแหน่งหน้าที่ ไม่ทำผิดกฎหมาย
แม้เห็นว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย ไม่หมกมุ่นในอบายมุขทั้งหลาย ไม่ฟุ้งเฟ้อหรูหรา และใช้จ่ายประหยัด
ตามฐานะแห่งตน
ข้าราชการตำรวจต้องภาคภูมิใจในวิชาชีพ กล้ายืนหยัดกระทำในสิ่งที่ถูกต้องดีงาม
เพื่อเกียรติศักดิ์และศักดิ์ศรีของความเป็นตำรวจ ซึ่งต้องประพฤติปฏิบัติ ดังต่อไปนี้
(1) ปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาตามครรลองของการปกครองแนวทาง
ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายอย่างเคร่งครัด
(2) ไม่สั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาปฏิบัติการในสิ่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือตรงข้าม
คุณธรรมและศีลธรรม
(3) ไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับที่ตนรู้หรือควรจะรู้ว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย ในการนี้ให้
ทักท้วงเป็นลายลักษณ์อักษรต่อผู้บังคับบัญชาผู้สั่ง
(4) ไม่เลี่ยงกฎหมาย ใช้หรือแนะนำให้ใช้ช่องโหว่ของกฎหมายเพื่ออรรถประโยชน์
สำหรับตนเองหรือผู้อื่น หรือทำให้สูญเสียความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรม
ในฐานะเป็นผู้บังคับบัญชา ข้าราชการตำรวจต้องประพฤติปฏิบัติ ดังต่อไปนี้
(1) ประพฤติปฏิบัติตนเป็นผู้นำและเป็นแบบอย่างที่ดี รวมทั้งเป็นที่หารือและที่
พึ่งของผู้ใต้บังคับบัญชา
(2) หมั่นอบรมให้ผู้ใต้บังคับบัญชายึดถือปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและ
จรรยาบรรณ ว่ากล่าวตักเตือนด้วยจิตเมตตา สอบนายสิบตำรวจ และให้ความรู้เกี่ยวกับงานในการทำงาน
(3) ปกครองบังคับบัญชาด้วยหลักการและเหตุผลที่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม
ยอมรับฟังความคิดเห็น และไม่ผลักความรับผิดชอบให้ผู้ใต้บังคับสั่งการ
(4) ใช้หลักคุณธรรมในการบริหารงานบุคคลที่อยู่ในความรับผิดชอบของตนอย่าง
เคร่งครัด และปราศจากความลำเอียง
ในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงาน ข้าราชการตำรวจต้องประพฤติปฏิบัติ กระนี้
(1) เคารพเชื่อฟัง และปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาที่ชอบด้วยกฎปฏิบัติ
(2) รักษาวินัยและความสามัคคีในหมู่คณะ
(3) ปฏิบัติต่อผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงานด้วยความสุภาพมีน้ำใจ หลงใหล
สมานฉันท์ และมีมนุษยเกี่ยวพัน รวมทั้งรับฟังความคิดเห็นของเพื่อนร่วมงาน
(4) อุทิศตนเอง ไม่หลีกเลี่ยงหรือเกี่ยงงาน ร่วมมือร่วมใจปฏิบัติหน้าที่โดยยึด
ความสำเร็จของงานและชื่อเสียงของหน่วยเป็นทำเล
 

((บอกคำเดียว)) แนวข้อสอบนายสิบตำรวจ

[พึ่งเจอ!!] แนวข้อสอบนายสิบตำรวจ
แนวข้อสอบคณิตศาสตร์สามัญ
การหาผลรวมของเลขหลายจำนวนเรียงกัน
ผลบวก = ( จำนวนมาก + จำนวนน้อย )(จำนวนทั้งหมด
จำนวนทั้งหมด(N) = ( จำนวนมาก − จำนวนน้อย ) + 1
1. จงหาผลบวกของ 1, 2, 3,… , 50
1) 1,325 2) 1,275
3) 1,250 4) 1,225
วิธีทำ new แนวข้อสอบนายสิบตำรวจ หาจำนวนทั้งหมดของเลขที่จะนำมาบวกกันก่อน
จำนวนทั้งหมดแนวข้อสอบนายสิบตำรวจ(N) = ( จำนวนมาก − จำนวนน้อย ) + 1
จำนวนทั้งหมด(N) = ( 50 − 1 ) + 1 = 50
สูตร ) 2
ผลบวก = ( จำนวนมาก + จำนวนน้อย )(จำนวนทั้งหมด) 51 25 1,2752
ผลบวก = ( 50 + 1 )(50 = × =
2. จงหาผลบวกของ 1, 3, 5,… , 51
1) 666 2) 676
3) 776 4) 766
วิธีทำ new แนวข้อสอบนายสิบตำรวจ หาจำนวนสารพันของเลขที่จะนำมาบวกกันก่อน
แต่เนื่องจากเป็นเลขจำนวนเต็มคี่เรียงกันจำนวนทั้งหมดจึงต้อง หาร 2 ก่อน) 12
จำนวนทั้งหมด(N) = ( จำนวนมาก − จำนวนน้อย +) 1 25 1 262
จำนวนทั้งหมด(N) = ( 51 – 1 + = + =
สูตร )2
ผลบวก = ( จำนวนมาก + จำนวนรวมน้อย )(จำนวนทั้งหมด
164) 52 13 6762 new แนวข้อสอบนายสิบตำรวจ
ผลบวก = ( 51 + 1 )(26 = × =
3. จงหาผลบวกของ 2, 4, 6,… , 50
1) 560 2) 565
3) 650 4) 655
วิธีทำ หาจำนวนทั้งหมดของเลขลำดับที่จะนำมาบวกกันก่อน
แต่เนื่องจาก เป็นเลขจำนวนเต็มคู่เรียงกันจำนวนทั้งหมดจึงต้อง หาร 2 ก่อน) 12
จำนวนทั้งหมด(N) = ( จำนวนมาก − จำนวนน้อย +) 1 24 1 252
จำนวนทั้งหมด(N) = ( 50 – 2 + = + =สูตร )2 new แนวข้อสอบนายสิบตำรวจ
ผลบวก = ( จำนวนมาก + จำนวนน้อย )(จำนวนทั้งหมด) 26 25 6502
ผลบวก = ( 50 + 2 )(25 = × =
4. จงหาผลบวกของ 51, 52, 53,… , 100
1) 3,675 2) 3,765
3) 3,775 4) 3,875
วิธีทำ หาจำนวนทั้งหมดของเลขที่จะนำมาบวกกันก่อน
จำนวนทั้งหมด(N) = ( จำนวนมาก − จำนวนน้อย ) + 1
จำนวนทั้งหมด(N) = ( 100 − 51 ) + 1 = 50สูตร )2
ผลบวก = ( จำนวนมาก + จำนวนน้อย )(จำนวนทั้งหมด) 151 25 3,7752
ผลบวก = ( 100 + 51 )(50 = × =
5.new แนวข้อสอบนายสิบตำรวจ เลขเรียงจาก 1 – 9 ผลบวกของเลขคู่กับเลขคี่ต่างกันเท่าไร
1) 3 2) 4
3) 5 4) 6
วิธีทำ ด้วยเหตุว่าเป็นเลขจำนวนไม่มากจึงใช้หลักการจับคู่ให้เต็มสิบจะง่ายและเร็วกว่า165
การหาอัตราส่วนและร้อยละ
อัตราส่วนเป็นการเทียบเคียงจำนวนตั้งแต่ 2 จำนวนขึ้นไป
เช่น อายุของ A : B เท่ากับ 1 : 2 หมายความว่า ถ้า A อายุ 1 ปี B จะมีอายุ 2 ปี
หรือ 2= 1 B A
เปอร์เซ็นต์ ( เปอร์เซ็นต์ ) เป็น อัตราส่วนที่มีจำนวนที่สองเป็น 100 หรือเป็นการเทียบจาก
ส่วนร้อย new แนวข้อสอบนายสิบตำรวจ เช่น 20 % หมายความว่า 20 ใน 100

ข้อสอบนายสิบตำรวจ 2558 ใหม่ปี 58

ข้อสอบนายสิบตำรวจ เยี่ยมสำหรับปี 2558 มาแล้ว ปี 58ข้อสอบนายสิบตำรวจ เยี่ยมสำหรับปี 2558 ล่าสุด 2558
 
ส่วนที่ 6 ศีลธรรมจรรยาของข้าราชการตำรวจ
ศีลธรรมข้าราชการพลเรือน
โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 279 ขีดคั่นให้
มาตรฐานทางจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐแต่ละ
อันดับให้เป็นไปตามประมวลจริยธรรมที่กำหนดขึ้น ข้อสอบตำรวจ โดยจะต้องมีกลไกและระบบในการ
ดำเนินงาน เพื่อให้การบังคับใช้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ หมายรวมกำหนดขั้นตอนการลงโทษตาม
ความร้ายแรงแห่งการกระทำ การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม ให้ถือว่าเป็น
การกระทำผิดทางวินัย
ก.พ.ในฐานะองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของข้าราชการพลเรือนได้พิเคราะห์โดยพิถีพิถัน
แล้วเห็นว่า ตำแหน่งข้าราชการพลเรือนทุกตำแหน่งมีหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติเพื่อให้ราชการแผ่นดินใน
ส่วนที่ตนรับผิดชอบเกิดประโยชน์สูงสุดแก่กลุ่ม ดังนั้น ข้อสอบตำรวจ  การใช้อำนาจเพื่อให้หน้าที่ที่ตนรับผิดชอบ
ลุล่วงข้าราชการพลเรือนทั้งปวงจึงต้องมีคุณธรรม ซึ่งเป็นการอันพึงทำ เพราะนำผลให้เกิด
แก่ส่วนรวมและตนเอง และศีลธรรมซึ่งเป็นการอันพึงเว้น เพราะเป็นโทษแก่ส่วนรวมและตนเอง
ประกอบกันขึ้นเป็นศีลธรรมข้าราชการพลเรือนอันเป็นความประพฤติที่ดีงาม สมกับความเป็น
ข้าราชการ
อนึ่ง มาตรา 280 ให้ผู้ตรวจการแผ่นดินมีอำนาจหน้าที่เสนอแนะหรือให้คำแนะนำในการ
จัดทำหรือปรับปรุงประมวลจริยธรรมตามมาตรา 279 และส่งเสริมให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีจิตสำนึกในด้านจริยธรรม รวมทั้งมีหน้าที่รายงานการกระทำที่มี
การฝ่าฝืนประมวลจริยธรรมเพื่อให้ผู้ที่รับผิดชอบในการบังคับการให้เป็นไปตามประมวลจริยธรรม
ดำเนินการบังคับให้เป็นไปตามประมวลจริยธรรมตามมาตรา 279
ดังนั้น บุคคลผู้ดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนทุกตำแหน่งจึงมีหน้าที่ดำเนินการให้
เป็นไปตามกฎหมายเพื่อรักษาประโยชน์ส่วนรวมและประเทศชาติ ข้อสอบตำรวจ มีความเป็นกลางทางการเมือง
อำนวยความสะดวก และให้บริการแก่ประชาชนตามหลักธรรมาภิบาล โดยจะต้องยึดมั่นในค่านิยม
หลักของมาตรฐานจริยธรรมสำหรับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ 9 ประการ
ของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ดังนี้
(1) การยึดมั่นในคุณธรรมและจริยธรรม
(2) การมีจิตสำนึกที่ดี ซื่อสัตย์ สุจริต และรับผิดชอบ
(3) การยึดถือประโยชน์ของประเทศชาติเหนือกว่าประโยชน์ส่วนตนและไม่มีผลประโยชน์
ทับซ้อน
(4) การยืนหยัดทำในสิ่งที่ถูกต้อง เป็นธรรม ข้อสอบตำรวจ และถูกกฎหมาย
(5) การให้บริการแก่ประชาชนด้วยความรวดเร็ว มีอัธยาศัย และไม่เลือกปฏิบัติ
(6) การให้ข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชนอย่างครบถ้วน ถูกต้อง และไม่บิดเบือนข้อเท็จจริง
(7) การมุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน รักษามาตรฐาน มีคุณภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้
(8) การยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้อยู่เหนือ
(9) การยึดมั่นในหลักจรรยาวิชาชีพขององค์กร
เพื่อให้เป็นไปตามความในมาตรา 279 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
พุทธศักราช 2550 ประกอบค่านิยมหลักสำหรับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ
อันผู้ตรวจการแผ่นดินได้ให้คำแนะนำให้หน่วยงานทั้งหลายถือกระทำ ก.พ. โดยความเห็นชอบของ
คณะรัฐมนตรี
จึงกะๆมาตรฐานทางจริยธรรมขึ้นเป็นประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน ข้อสอบตำรวจ เพื่อให้
ข้าราชการทั้งหลายเกิดสำนึกลึกซึ้งและเที่ยงธรรมในหน้าที่ ผดุงเกียรติและศักดิ์ศรีข้าราชการควร
แก่ความไว้วางใจและเชื่อมั่นของปวงชน และดำรงตนตั้งมั่นเป็นแบบอย่างที่ดีงาม สมกับความเป็น
ข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงเป็นตัวอย่างแห่งธรรมจรรยาอันสูงสุดเพื่อใช้
บังคับเป็นมาตรฐานกลางไว้ ดังต่อไปนี้
หมวด 1
บททั่วไป
หัวข้อ 1 ประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือนนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันครบเก้าสิบวัน นับแต่วัน
ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ 2 ในประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือนนี้
“ประมวลจริยธรรม” หมายความว่า ประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน ฉบับนี้
“ข้าราชการ” หมายความว่า ข้าราชการพลเรือน พนักงานราชการ ข้อสอบตำรวจ และลูกจ้างในสังกัด
ราชการพลเรือน
“หัวหน้าส่วนราชการ” หมายความรวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดในกรณีที่เป็นข้าราชการ
ส่วนภูมิภาค
“คณะกรรมการจริยธรรม” หมายความว่า คณะกรรมการจริยธรรมประจำส่วนราชการ
“ของขวัญ” หมายความว่า ของขวัญตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกัน
และปราบปรามการทุจริตหรือกฎหมายเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและ
ประโยชน์ส่วนรวม
หมวด 2
จริยธรรมข้าราชการพลเรือน
ข้อ 3 ข้าราชการต้องยึดมั่นในจริยธรรมและยืนหยัดกระทำในสิ่งที่ถูกต้องและเป็นธรรม
โดยอย่างน้อยต้องวางตน ดังนี้
(1) ปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมอย่างตรงไปตรงมา และไม่กระทำการเลี่ยงประมวล
จริยธรรมนี้ ในกรณีที่มีข้อสงสัยหรือมีผู้ทักท้วงว่าการกระทำใดของข้าราชการอาจขัดประมวล
จริยธรรม ข้าราชการต้องไม่กระทำการดังกล่าว หรือหากกำลังกระทำการดังกล่าว ต้องรา
กระทำการและส่งเรื่องให้คณะกรรมการจริยธรรมพิจารณาวินิจฉัย ในกรณีที่คณะกรรมการ
จริยธรรมวินิจฉัยว่าการกระทำนั้นขัดประมวลจริยธรรม ข้าราชการจะกระทำการนั้นมิได้
(2) เมื่อรู้หรือพบเห็นการฝ่าฝืนประมวลจริยธรรมนี้ ข้าราชการมีหน้าที่ต้องรายงานการฝ่า
ฝืนดังกล่าวพร้อมพยานหลักฐาน (หากมี) ข้อสอบตำรวจ ต่อหัวหน้าส่วนราชการและหรือคณะกรรมการจริยธรรม
โดยพลัน
ในกรณีที่หัวหน้าส่วนราชการเป็นผู้ฝ่าฝืนจริยธรรมต้องรายงานต่อปลัดกระทรวง ไม่ใช่หรือ
ผู้บังคับบัญชาเหนือชั้นขึ้นไปข้าวของเครื่องใช้หัวหน้าส่วนราชการนั้นแล้วแต่กรณี และหรือคณะกรรมการ
จริยธรรม
(3) ต้องรายงานการดำรงตำแหน่งทั้งที่ได้รับค่าตอบแทนและไม่ได้รับค่าตอบแทนในนิติ
บุคคลซึ่งมิใช่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน ราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นของรัฐ
และกิจการที่รัฐถือหุ้นใหญ่ ต่อหัวหน้าส่วนราชการและคณะกรรมการจริยธรรม ในกรณีที่การดำรง
ตำแหน่งนั้น ๆ อาจขัดแย้งกับการทำงานหน้าที่หรืออาจทำให้การปฏิบัติหน้าที่เสียหาย
ความในข้อนี้ให้ใช้บังคับกับการเป็นลูกจ้าง การรับจ้างทำของ ข้อสอบตำรวจ การเป็นตัวสำรอง การเป็น
นายหน้าและการมีนิติสัมพันธ์อื่นในทำนองเดียวกันด้วย
(4) ในกรณีที่ข้าราชการเข้าร่วมประชุมและพบว่ามีการปฏิบัติตนซึ่งมีลักษณะตาม (2) ของข้อ
นี้หรือมีการเสนอเรื่อง ซึ่งมีลักษณะตาม (2) ของข้อนี้ผ่านข้าราชการ ข้าราชการมีหน้าที่ต้อง
คัดค้านการกระทำดังกล่าวข้างต้น และบันทึกการคัดค้านของตนไว้ในบอกการประชุมหรือในเรื่องนั้น
แล้วแต่เหตุ

ข้อสอบนายสิบตำรวจ ปี 2558 ล่าสุด 58 ข้อสอบนายสิบตำรวจ ปี 2558 เปิดตัวปี 58

ข้อสอบนายสิบตำรวจ มาใหม่ 2558 2558 ข้อสอบนายสิบตำรวจ 58 มาแล้ว ปี 58
 
ประเด็น 4 ข้าราชการต้องมีจิตสำนึกที่ดีและความรับผิดชอบต่อหน้าที่ เสียสละ ปฏิบัติภาระ
ด้วยความเร็ว โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ แนวข้อสอบตำรวจ โดยอย่างน้อยต้องวางตน อย่างนี้
(1) อุทิศตนให้กับการปฏิบัติงานในหน้าที่ด้วยความรอบคอบระวังระไว และเต็มกำลัง
ความสามารถที่มีอยู่ ในกรณีที่ต้องไปปฏิบัติงานอื่นของรัฐด้วย จะต้องไม่ทำให้งานในหน้าที่
พังพินาศ
(2) ละเว้นจากการกระทำทั้งปวงที่จะก่อให้เกิดความมลายต่อตำแหน่งหน้าที่ของตนหรือ
ของข้าราชการอื่น ไม่ก้าวก่ายหรือแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการอื่นโดยมิชอบ
(3) ใช้ดุลพินิจและชี้ขาดใจในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรู้ ความสามารถ เยี่ยงที่ปฏิบัติใน
วิชาชีพ ตรงไปตรงมา ปราศจากอคติส่วนตน ตามข้อมูลพยานหลักฐานพร้อมกับความเหมาะสมของแต่
(4) เมื่อเกิดความผิดพลาดขึ้นจากการดำเนินงาน ต้องรีบแก้ไขให้ถูกต้อง และแจ้งให้
หัวหน้าส่วนราชการทราบโดยพลัน
(5) ไม่ขัดขวางการตรวจสอบของหน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบตามกฎหมายไม่ก็ แนวข้อสอบตำรวจ
ประชาชนต้องให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบตามกฎหมายหรือประชาชนในการ
ตรวจสอบโดยให้ข้อมูลที่เป็นจริงและครบถ้วน เมื่อได้รับคำร้องขอในการตรวจสอบ
(6) ไม่สั่งราชการด้วยวาจาในเรื่องที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ราชการ ในกรณีที่สั่ง
ราชการด้วยวาจาในเรื่องดังกล่าว ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาบันทึกเรื่องเป็นลายลักษณ์อักษรตามคำสั่ง
เพื่อให้ผู้สั่งพิจารณาสั่งการต่อไป
ข้อ 5 ข้าราชการต้องแยกเรื่องส่วนตัวออกจากตำแหน่งหน้าที่ แนวข้อสอบตำรวจ และยึดถือประโยชน์
ส่วนรวมของประเทศชาติ เหนือกว่าคุณประโยชน์ส่วนตน โดยอย่างน้อยต้องวางตน ดังนี้
(1) ไม่นำความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ตนมีต่อบุคคลอื่น ไม่ว่าจะเป็นญาติพี่น้อง พรรคพวกเพื่อน
ฝูง หรือผู้มีบุญคุณส่วนตัว มาประกอบการใช้ดุลพินิจให้เป็นคุณหรือเป็นโทษแก่บุคคลนั้น หรือ
ปฏิบัติต่อบุคคลนั้นต่างจากบุคคลอื่นเพราะชอบหรือชัง
(2) ไม่ใช้เวลาราชการ เงิน ทรัพย์สิน บุคลากร บริการ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกของทาง
ราชการไปเพื่อประโยชน์ส่วนตัวของตนเองหรือผู้อื่น เว้นแต่ได้รับอนุญาตโดยชอบด้วยกฎหมาย
(3) ไม่กระทำการใด หรือดำรงตำแหน่ง หรือปฏิบัติการใดในฐานะส่วนตัว ซึ่งก่อให้เกิด
ความเคลือบแคลงหรือสงสัยว่าจะขัดกับประโยชน์ส่วนรวมที่อยู่ในความรับผิดชอบของหน้าที่ใน
กรณีมีความเคลือบแคลงหรือสงสัย ให้ข้าราชการผู้นั้นยุติการกระทำดังกล่าวไว้ก่อน แล้วแจ้งให้
ผู้บังคับบัญชา หัวหน้าส่วนราชการ และคณะกรรมการจริยธรรมพิจารณา แนวข้อสอบตำรวจ เมื่อคณะกรรมการ
จริยธรรมวินิจฉัยเป็นประการใดแล้วจึงปฏิบัติตามนั้น
(4) ในการปฏิบัติหน้าที่ที่รับผิดชอบในหน่วยงานโดยตรงหรือหน้าที่อื่นในราชการ
รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน หรือหน่วยงานของรัฐ แนวข้อสอบตำรวจ ข้าราชการต้องยึดถือประโยชน์ของทางราชการ
เป็นหลัก ในกรณีที่มีความขัดแย้งระหว่างประโยชน์ของทางราชการ หรือประโยชน์ส่วนรวมกับ
ประโยชน์ส่วนตนหรือส่วนกลุ่ม อันจำเป็นต้องวินิจฉัยหรือชี้ขาด ต้องยึดประโยชน์ของทางราชการ
และประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ
ข้อ 6 ข้าราชการต้องละเว้นจากการแสวงประโยชน์ที่มิชอบโดยอาศัยตำแหน่งหน้าที่และ
ไม่กระทำการอันเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนและประโยชน์ส่วนรวม โดยอย่างน้อย
ต้องวางตน ดังนี้
(1) ไม่เรียก รับ หรือยอมจะรับ หรือยอมให้ผู้อื่นเรียก รับ หรือยอมจะรับซึ่งของขวัญแทน
ตนหรือญาติของตน ไม่ว่าก่อนหรือหลังดำรงตำแหน่งหรือปฏิบัติหน้าที่ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องหรือไม่
เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ก็ตาม เว้นแต่เป็นการให้โดยธรรมจรรยา หรือเป็นการให้ตาม
ประเพณีหรือให้แก่บุคคลทั่วไป
(2) ไม่ใช้ตำแหน่ง หรือกระทำการที่เป็นคุณ หรือเป็นโทษแก่บุคคลใด เพราะมีอคติ
(3) ไม่เสนอ หรืออนุมัติโครงการ การดำเนินการ หรือการทำนิติกรรมหรือสัญญา ซึ่ง
ตนเองหรือบุคคลอื่นจะได้ประโยชน์อันมิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายหรือประมวลจริยธรรมนี้
ข้อ 7 ข้าราชการต้องเคารพและปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา
โดยอย่างน้อยต้องวางตน ดังนี้
(1) ไม่ละเมิดรัฐธรรมนูญ กฎหมาย กฎ ข้อบังคับหรือมติคณะรัฐมนตรีที่ชอบด้วยกฎหมาย
ในกรณีมีข้อสงสัย หรือมีข้อทักท้วงว่าการกระทำไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ กฎหมาย กฎ ข้อบังคับ
หรือมติคณะรัฐมนตรีที่ชอบด้วยกฎหมาย ข้าราชการต้องแจ้งให้หัวหน้าส่วนราชการและคณะ
กรรม การจริยธรรมพิจารณา และจะดำเนินการต่อไปได้ต่อเมื่อได้ข้อยุติจากหน่วยงานที่มีอำนาจ
หน้าที่แล้ว
(2) ในกรณีที่เห็นว่าคำสั่งผู้บังคับบัญชา แนวข้อสอบตำรวจ หรือการดำเนินการใดที่ตนมีส่วนเกี่ยวข้องไม่ชอบ
ด้วยรัฐธรรมนูญ กฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับ ต้องทักท้วงเป็นลายลักษณ์อักษรไว้
(3) ในกรณีที่เห็นว่ามติคณะรัฐมนตรีไม่ชอบด้วยกฎหมาย ต้องทำเรื่องเสนอให้หัวหน้า
ส่วนราชการพิจารณา และส่งเรื่องให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีดำเนินการให้ได้ข้อยุติทาง
กฎหมายต่อไป
(4) ไม่เลี่ยงกฎหมาย ใช้หรือแนะนำให้ใช้ช่องว่างของกฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบของ
ตนเพื่อประโยชน์ของตนเองหรือผู้อื่น และต้องเร่งแก้ไขช่องว่างดังกล่าวโดยเร็ว
(5) ไม่ยอมให้บุคคลอื่นอาศัยชื่อตนเองถือครองทรัพย์สิน สิทธิ หรือประโยชน์อื่นใดแทน
บุคคลอื่นอันเป็นการเลี่ยงกฎหมาย หรือใช้ชื่อปุถุชนอื่นถือครองสิ่งดังกล่าวแทนตนเพื่อปกปิด
ทรัพย์สินของตน
(6) เมื่อทราบว่ามีการละเมิด หรือไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับในส่วนราชการของตน หัวหน้า
ส่วนราชการต้องดำเนินการที่จำเป็น เพื่อให้เกิดการเคารพกฎหมายขึ้นโดยเร็ว
(7) เมื่อได้รับคำร้อง หรือคำแนะนำจากผู้ตรวจการแผ่นดิน หรือหน่วยงานอื่นว่าข้อบัญญัติ
กฎ หรือข้อบังคับ ที่อยู่ในความรับผิดชอบของส่วนราชการของตน สร้างภาระเกินสมควรแก่
ประชาชน หรือสร้างความไม่เป็นธรรมให้เกิดขึ้น ต้องเดินทางการทบทวนกฎหมาย กฎ หรือ
ข้อบังคับดังกล่าวโดยเร็ว
ข้อ 8 ข้าราชการต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความถูกต้อง แนวข้อสอบตำรวจ เป็นกลางทางการเมือง ให้บริการ
แก่ประชาชนโดยมีอัธยาศัยที่ดีและไม่เลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม โดยอย่างน้อยต้องวางตน ดังนี้
(1) ปฏิบัติหน้าที่ให้ลุล่วง โดยไม่หลีกเลี่ยง ละเลย หรือละเว้นการใช้อำนาจเกินกว่าที่มีอยู่
ตามกฎหมาย
(2) ปฏิบัติหน้าที่ หรือดำเนินการอื่น โดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และสิทธิ
เสรีภาพของบุคคล ไม่กระทำการให้กระทบสิทธิเสรีภาพของบุคคลหรือก่อภาระหรือหน้าที่ให้
บุคคลโดยไม่มีอำนาจตามกฎหมาย
(3) ให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนโดยมีอัธยาศัยที่ดี ปราศจากอคติ และ
ไม่เลือกปฏิบัติต่อบุคคลผู้มาติดต่อโดยไม่เป็นธรรมในเรื่องถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ
ความพิการ สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม ความเชื่อ
ทางศาสนา การศึกษา อบรม หรือความคิดเห็นทางการเมืองอันไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เว้นแต่จะ
ดำเนินการตามมาตรการที่รัฐกำหนดขึ้น เพื่อขจัดอุปสรรค หรือส่งเสริมให้บุคคลสามารถใช้สิทธิ
และเสรีภาพได้ เช่นเดียวกับบุคคลอื่น หรือเป็นการเลือกปฏิบัติที่มีเหตุผล เป็นธรรม และเป็นที่
ยอมรับกันทั่วไป
(4) ละเว้นการให้สัมภาษณ์ การอภิปราย แนวข้อสอบตำรวจ การแสดงปาฐกถา การบรรยายหรือการวิพากษ์
วิจารณ์อันกระทบต่อความเป็นกลางทางการเมือง เว้นแต่เป็นการแสดงมติทางวิชาการตาม
หลักวิชา
(5) ไม่เอื้อคุณประโยชน์เป็นพิเศษให้แก่ญาติพี่น้อง พรรคพวก สหายหรือผู้มีบุญคุณและ
ต้อง
ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเที่ยงธรรมไม่เห็นแก่หน้าผู้ใด
(6) ไม่ลอกหรือนำผลงานของผู้อื่นมาใช้เป็นของตนเองโดยมิได้ระบุแหล่งที่มา
ข้อ 9 ข้าราชการต้องดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของทางราชการอย่าง
เคร่งครัดและรวดเร็ว ไม่ถ่วงเวลาให้เนิ่นช้าและใช้ข้อมูลข่าวสารที่ได้มาจากการดูแลเพื่อการ
ในหน้าที่และให้ข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชนอย่างครบถ้วน ตรงเผง ทันการณ์ และไม่เสความ
ข้อเท็จจริงโดยอย่างน้อยต้องวางตน ดังนี้
(1) ไม่ใช้ข้อมูลที่ได้มาจากการดำเนินงานไปเพื่อการอื่น อันไม่ใช่การปฏิบัติหน้าที่โดย
เฉพาะอย่างยิ่งเพื่อเอื้อประโยชน์แก่ตนเองหรือบุคคลอื่น
(2) ชี้แจง แสดงเหตุผลที่แท้จริงอย่างครบในกรณีที่กระทำการอันกระทบต่อสิทธิและ
เสรีภาพบุคคลอื่น ไม่อนุญาต หรือไม่อนุมัติตามคำขอของบุคคล หรือเมื่อบุคคลร้องขอตาม
กฎหมาย เว้นแต่การอันคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองตามกฎหมายว่าด้วยวิธี
ปฏิบัติราชการทางปกครองได้กำหนดยกเว้นไว้ ทั้งนี้ แนวข้อสอบตำรวจ จะต้องดำเนินการภายในสิบห้าวันทำการ
นับแต่กระทำการดังกล่าวหรือได้รับการร้องขอ
ข้อ 10 ข้าราชการต้องมุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน รักษาคุณภาพและมาตรฐานแห่งวิชาชีพโดย
เคร่งครัด โดยอย่างน้อยต้องวางตน 

ข้อสอบนายสิบตำรวจ มาใหม่ 2558 จัดทำใหม่ปี 2558

ข้อสอบนายสิบตำรวจ 2558 เยี่ยมสำหรับปี 2558

แจ่มสุด !! คู่มือสอบผู้พิทักษ์สันติราษฎ์
ประเด็นภาษา
เงื่อนไขภาษา หมายถึง เงื่อนไขที่โจทย์ให้มาอาจจะเป็นนิรุกติล้วนๆ หรือเป็นตัวเลข
เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยก็ได้ และให้ผู้เข้าคู่มือสอบนายสิบตำรวจสอบพิจารณาข้อมูลจากข้อสรุปว่าถูกต้องหรือไม่จาก
เงื่อนไขที่ให้มาข้างต้น
ตัวอย่างเงื่อนไขคำพูด
คำสั่ง คำถามในแต่ละข้อมีข้อสรุปที่ 1 และข้อสรุปที่ 2 ให้พิจารณาข้อสรุปดังกล่าว
โดยอาศัยเงื่อนไขจากที่โจทย์กำหนดให้มา และให้ตอบดังนี้
ตอบ 1 ถ้ามีข้อสรุปเป็นจริงทั้งสองข้อ
ตอบ 2 ถ้ามีข้อสรุปไม่เป็นจริงทั้งสองข้อ
ตอบ 3 ถ้าข้อสรุปทั้งสองข้อไม่สามารถสรุปได้แน่ชัดว่าเป็นจริงหรือไม่ตาม
เงื่อนไขที่ให้มา
ตอบ 4 ถ้าข้อสรุปทั้งสองข้อ สรุปได้เซซวนกัน
เงื่อนไขที่ 1
– สุรัตน์ พรศรี และชม้อย เป็นเพื่อนร่วมห้องกัน
– คนทั้งสามคน มีอาชีพ กีฬา ดาราที่ชื่นชอบและเจ็บไข้ได้ป่วยไม่เหมือนกัน
– ดาราที่ชื่นชอบและการทำงานของแต่ละคนจะมีพยัญชนะหน้าประหนึ่งกับพยัญชนะตัว
หน้าของชื่อของเขา
– ดาราที่เขาชอบคือ สกาวใจ พัชราภา และ ชลลดา
– อาชีพของเขาคือ สถาปนิก พิมพ์งาน ชาวสวน
– อาการเจ็บป่วยของพวกเขาคือ ปวดหัว ปวดท้อง กระเพาะ
– กีฬาที่เขาชอบคือ ว่ายน้ำ เทนนิส ปิงปอง
– ชม้อยเป็นโรคกระเพาะและชอบเล่นปิงปอง
ข้อ 1 ข้อสรุปที่ 1 สุรัตน์ มีอาการปวดศรีษะ
ข้อสรุปที่ 2 สุรัตน์เล่นกีฬาว่ายน้ำ
ข้อ 2 ข้อสรุปที่ 1 พรศรี ชอบดาราเหมือนชม้อย
ข้อสรุปที่ 2 สุรัตน์เป่ากีฬาเทนนิส
35
ข้อ 3 ข้อสรุปที่ 1 สุรัตน์ถูกใจเล่นกีฬาว่ายน้ำและมีอาชีพเป็นสถาปนิก
ข้อสรุปที่ 2 ชม้อยชอบดาราชลลดา
ข้อ 4 ข้อสรุปที่ 1 พรศรี มีอาชีพพิมพ์งาน
ข้อสรุปที่ 2 พรศรี ชอบดาราโปรดปรานมากคือพัชราภา
ข้อ 5 ข้อสรุปที่ 1 ชม้อยหมายความว่าชาวสวนแต่ก้อมีโรคประจำตัวคือเป็นโรคประเพาะ
ข้อสรุปที่ 2 สุรัตน์โปรดปรานสกาวหฤทัยมาก
เงื่อนไขที่ 2
– นางเอไม่กินเหล้า
– นางน้อยเพื่อนางชม้อยเป็นชาวนา
– เพื่อนของนางชม้อยทุกคนกินเหล้า
– นางแดงเพื่อนของนางชม้อยเป็นครูบาอาจารย์
– นางชม้อยเป็นแม่บ้าน
ข้อ 6 ข้อสรุปที่ 1 นางเอดื่มเหล้า
ข้อสรุปที่ 2 นางน้อยดื่มเหล้า
ข้อ 7 ข้อสรุปที่ 1 นางน้อยเป็นชาวนา
ข้อสรุปที่ 2 นางแดงถึงแม้จะเป็นครูก็ยังดื่มเหล้า
ข้อ 8 ข้อสรุปที่ 1 นางชม้อยเป็นเพื่อนกับนางเอ
ข้อสรุปที่ 2 นางเอดื่มเหล้าเช่นเดียวกับนางแดง
ข้อ 9 ข้อสรุปที่ 1 ครูดื่มเหล้า
ข้อสรุปที่ 2 มาตุรงค์บ้านดื่มเหล้า
ข้อ 10 ข้อสรุปที่ 1 นางเอไม่ได้เป็นเพื่อนกับนางชม้อย
ข้อสรุปที่ 2 นางจิ๊ดเป็นชาวนา
เงื่อนไขที่ 3
– คนใต้ผิวดำ
– คนเหนือผิวขาว
– คนอีกสานผิวเหลือง
– คนดำทุกคนเล่นฟุตบอล
– คนผิวขาวทุกคนเสวยข้าวเหนียว
36
– คนดำสวย
– คนอีสานเป็นกระ
ข้อ 11 ข้อสรุปที่ 1 คนใต้เป็นคนสวยทุกคน
ข้อสรุปที่ 2 คนใต้กินข้าวเหนียว
ข้อ 12 ข้อสรุปที่ 1 คนอีสานกินข้าวเหนียว
ข้อสรุปที่ 2 คนอีสานเป็นกระ
ข้อ 13 ข้อสรุปที่ 1 คนเหนือกินข้าวเหนียวทุกคน
หัวข้อสรุปที่ 2 คนเหนือบางคนไม่เกินข้าวเหนียว
ข้อ 14 ข้อสรุปที่ 1 คนที่เล่นฟุตบอลทุกคนผิวดำ
ข้อสรุปที่ 2 คนที่เป็นกระทุกคนเป็นคนอีสาน
ข้อ 15 ข้อสรุปที่ 1 คนใต้และคนอีสานบางคนเป็นกระ
ข้อสรุปที่ 2 คนเหนือ คนใต้ และคนอีกสานชอบกินข้าวเหนียว
เงื่อนไขที่ 4
– ทุกคนเป็นเพื่อนกัน
– นายเอไม่เล่นฟุตบอล
– นายบีเล่นฟุตบอล
– นายซีเป็นอาจารย์
– ภรรยานายซีไม่เล่นฟุตบอล
– ประยูรของนายซีเล่นฟุตบอลทุกคน
– นายบีเป็นเพื่อนกับนายดี
– นายดีเป็นญาติของนายซีและเป็นภารโรง
– นายอีเป็นเพื่อนนายดี
– นายเอฟเป็นญาติผู้มีอำนาจซีและเป็นชาวนา
ข้อ 16 ข้อสรุปที่ 1 ทุกคนเล่นฟุตบอลยกเว้นภรรยานายซี
ข้อสรุปที่ 2 นายดีเป็นภารโรงและเล่นฟุตบอล
ข้อ 17 ข้อสรุปที่ 1 นายเอฟและนายเอเล่นฟุตบอล
ข้อสรุปที่ 2 นายซีเป็นอาจารย์และเล่นฟุตบอล
ข้อ 18 ข้อสรุปที่ 1 นายบีและนายดีเล่นฟุตบอล
ข้อสรุปที่ 2 นายซีและญาติๆ เล่นฟุตบอลทุกคน
37
ข้อ 19 ข้อสรุปที่ 1 ภรรยานายซีเป็นแม่บ้านที่เล่นฟุตบอล
ข้อสรุปที่ 2 เอกับบีเป็นเพื่อนกัน
ข้อ 20 ข้อสรุปที่ 1 นายเอเล่นฟุตบอลแต่ก้อเป็นเพื่อนกับภรรยานายซี
ข้อสรุปที่ 2 นายซีเล่นฟุตบอล
เงื่อนไขที่ 5
– ทุกคนที่สอบบรรจุเป็นข้าราชการ ต้องผ่านภาค ก. ทุกคน
– คนที่สอบบรรจุได้จบปริญญาตรี
– คนที่จบปริญญาตรีทุกคนมีความพยายาม
– คนที่สอบข้าราชการทุกคนต้องอ่านหนังสือ
– สมศรีเป็นข้าราชการ
– เพื่อนสมศรีทุกคนมีความพยายาม
– สมทรงเป็นเพื่อนสมศรีเป็นตำรวจอยู่ชายแดน
– กิตติศักดิ์เป็นเพื่อนสมทรงสอบข้าราชการได้
– ญาติของสมศรีทุกคนเป็นชาวนา
– ชาวนาทุกคนไม่ได้เรียนหนังสือ
– ชาวนาใครก็ตามทำงานอยู่ต่างจังหวัด
– ลำยองเป็นญาติสมศรีทำงานอยู่ต่างจังหวัด
ข้อ 21 ข้อสรุปที่ 1 ลำยองอ่านหนังสือ
ข้อสรุปที่ 2 ลำยองเป็นชาวนา
ข้อ 22 ข้อสรุปที่ 1 สมศรีอ่านหนังสือ
ข้อสรุปที่ 2 สมศรีมีความพยายาม
ข้อ 23 ข้อสรุปที่ 1 ข้าราชการทุกคน ต้องจบปริญญาตรี มีความพยายาม
และอ่านหนังสือ
ข้อสรุปที่ 2 กิตติศักดิ์อยู่
ข้อ 24 ข้อสรุปที่ 1 สมทรงเข้าอยู่ต่างจังหวัดและจบปริญญาตรี
ข้อสรุปที่ 2 สมทรงจบปริญญาตรี
ข้อ 25 ข้อสรุปที่ 1 สมศรี สมทรงและกิตติศักดิ์สอบผ่านภาค ก.
ข้อสรุปที่ 2 ลำยองมีความพากเพียร
ข้อ 26 ข้อสรุปที่ 1 ชาวนาบางคนจบปริญญาตรี